รถ 2 หน้า สิ่งประดิษฐ์ที่ถูกสร้างขึ้นจากฝีมือมนุษย์

รถยนต์ธรรมดาหน้าเดียว มันก็เป็นอะไรที่สุดยอดมากแล้ว  ถ้าหากว่าเครื่องยนต์แรง แต่แน่นอนว่าเรื่องราวดังกล่าวนี้มันจะเป็นอะไรที่สุดยอดมากยิ่งกว่า หากว่ามันเป็นเรื่องราวของรถยนต์ 2 หน้าประเด็นดังกล่าวนี้เกิดขึ้นจากคุณตาคนหนึ่ง  ที่มีความฝันเหมือนกับเราว่าอยากมีรถในฝัน

  แต่คนนั้นฝันว่าอยากมีรถที่มันเป็น 2 หน้า ซึ่งมันก็เป็นอะไรที่สุดยอดมากๆเลยทีเดียว  อย่างไรก็ตามถ้าหากคุณอยากจะรู้ว่าเจ้ารถยนต์ดังกล่าวนี้มันเป็นยังไง  ความเป็นไปเป็นมาของมันจุดเริ่มต้นและจุดจบของรถยนต์ 2 หน้า เป็นยังไงไปทำความรู้จักพร้อมกันเลย 

มีสำนวนสุภาษิตไทยมากมาย  ที่สอนให้เราได้เรียนรู้อะไรต่างๆซึ่งแน่นอนว่าสุภาษิตคําพังเพยบางอย่างมัน  ก็สามารถใช้ได้จริงๆเพราะว่ามันก็ตรงตามที่เขาได้กล่าวไว้ในสำนวนสุภาษิตของไทยและแน่นอนว่า  นอกจากสํานวนสุภาษิตของไทยแล้ว  มันก็ยังมีสำนวนสุภาษิตต่างชาติด้วย 

ซึ่งสํานวนสุภาษิตไทยที่ว่านกสองหัว  หรือว่าคนสองหน้า  คนโบราณเขาก็บอกว่าคบไม่ได้  ก็นี่มันรถ 2 หน้าน่ะสิแล้วแบบนี้จะขับได้ไหมล่ะเนี่ย  ช่างเครื่องกลชาวอินโดนีเซียวัย 71 ปีที่มีความใฝ่ฝันว่า  อยากจะผลิตรถยนต์แต่งรถ   สักคันหนึ่งก็เลยออกแบบสร้างรถยนต์ 2 หน้าคันนี้ขึ้นมา เขาใช้เวลา 6 เดือน คุณตาก็ทำมันสำเร็จ

เมื่อคุณตาดัดแปลงโดยการนำรถ 2 คัน มาตัดแบ่งครึ่งส่วนท้ายทิ้งไป  แล้วก็เอา2 ส่วนมาบัดกรีเชื่อมต่อกันแบบนี้ ลงทุนเยอะเหมือนกัน  รถในฝันของคุณตาเท่พอหรือยัง แต่หลังจากที่คุณตาได้นำรถในฝันของตัวเองไปทดลองวิ่งบนท้องถนนธรรมดา แต่ทว่าว่ารถของคุณตาก็โดนตำรวจยึดเอาไว้ทันที 

ซึ่งคุณตำรวจเขาบอกว่ารถของคุณตาเข้าข่าย  การละเมิดกฎจราจรเกี่ยวกับความปลอดภัยหลายข้อเลยละ  สิ่งประดิษฐ์เทคโนโลยีต่างๆนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา  เราก็สามารถที่จะเป็นนักประดิษฐ์ ผู้ยิ่งใหญ่ได้เช่นเดียวกัน  หากว่าเรามีจินตนาการที่ล้ำเลิศ  มีการวิเคราะห์ทดลองลงมือทำ  พัฒนาเทคโนโลยีต่างๆถามว่าเรามีความสามารถที่จะทำมันได้แน่นอนว่า  รางวัลนักประดิษฐ์ยอดเยี่ยมแห่งปี

  ก็คงอาจจะไม่หลุดลอยไปไหนไกลแต่บางคนก็สร้างเทคโนโลยีที่เราเองก็ไม่คาดคิดเลยว่า  จะมีคนคิดค้นขึ้นมาแล้วก็จะมีการนำมาใช้จริง  สุดท้ายนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเรื่องราวต่างๆมากมายที่มีความน่าสนใจที่เกี่ยวข้องกับสิ่งประดิษฐ์  เทคโนโลยีสมัยใหม่บนโลกของเราในยุคปัจจุบันนี้

  มันเป็นอะไรที่เราควรจะศึกษาไว้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว  เพราะว่าโลกของเราสามารถขับเคลื่อนได้ด้วยเทคโนโลยีต่างๆ ที่มีความทันสมัย โดยมีสิ่งประดิษฐ์ที่ถูกสร้างขึ้นจากฝีมือมนุษย์เพื่อนำมาอำนวยความสะดวกให้กับมวลมนุษยชาติอย่างเรา

 

สนับสนุนโดย.    gclub เว็บตรง

The Hum Rider

สำหรับในประเทศไทยมันมีข้อจำกัดมากมายหลากหลายอย่าง  The Hum Rider โดยเฉพาะเรื่องราวของวัฒนธรรมที่มีความเกี่ยวข้องและมีผลต่อการดำเนินชีวิตของคนไทยเป็นอย่างมาก  การที่เราจะทำอะไรเราก็ต้องคำนึงถึงสิ่งนี้เป็นอันดับแรก  แต่แน่นอนว่าวัฒนธรรมมันแตกต่างกัน

สำหรับคนไทยแล้วย่อมมีการถือในเรื่องต่างๆมากกว่าต่างประเทศ เช่นเดียวกันกับเรื่องราวที่เรากำลังจะพูดถึงต่อไปนี้ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องราวของยานพาหนะ  แต่ยานพาหนะดังกล่าวก็จำเป็นอย่างมากที่จะต้องคำนึงถึง การนำมาใช้ในชีวิตจริงในประเทศไทยด้วย 

The Hum Rider ฟังดีๆอยากพูดเพี้ยน รู้สึกเบื่อหน่ายกับปัญหาก็ติดกันใช่ไหม จะดีแค่ไหนหากในอนาคตข้างหน้า เราจะมีรถที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหารถติดนี้ลงไปได้  กับนวัตกรรมไอเดียสุดเจ๋งของ      The Hum Rider รถยนต์ที่คิดขึ้นมา  เพื่อแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะ  ซึ่งความพิเศษของรถยนต์คันนี้ ก็คือนวัตกรรมในการใช้ระบบการยกตัวถังให้ลอยขึ้นข้างบน

  จะมีความสูงประมาณ 1.50 เมตรที่ถูกออกแบบมาในสไตล์ของรถ SUV สามารถกดปุ่มยกตัวเอง  ให้ลอยขึ้นด้วยระบบไฮดรอลิค  จากนั้นก็สามารถขับคร่อม  ผ่านรถคันอื่นไปอย่างง่ายดาย  แต่ช่างน่าเสียดาย ที่นวัตกรรมดังกล่าวเป็นเพียงแค่แนวคิดที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง 

แต่ก็ลองคิดกันเร็วๆว่า หากอนาคตมีรถที่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ นี่จะเป็นนวัตกรรมที่ดี หรือจะเพิ่มข้อเสียให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนกันแน่  แต่สำหรับในไทยของเรา รับรองเลยค่ะว่า   ข้ามหัวผู้ใหญ่แบบนี้  ก็คงได้มีเรื่องกันไม่หยุดไม่หย่อนเป็นแน่  มันก็เป็นเพราะว่าวัฒนธรรมของแต่ละประเทศนั้นต่างกันนั้นเอง การตั้งรถต่างๆ

แน่นอนว่า  ก็ต้องคำนึงถึงเรื่องของวัฒนธรรมด้วย อย่างเช่นถ้าหากว่าหากโครงการนี้เกิดขึ้นจริง www.ufabet.com ลิ้งเข้าระบบ  และได้มีการนำมาใช้ในประเทศไทยจริงๆ  ก็คงจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จาก   ผู้หลักผู้ใหญ่ไม่น้อยเลยทีเดียว  เพราะว่าวัฒนธรรมของคนไทย  เป็นยังไงทุกคนต่างก็รู้จักกันดีแต่แน่นอนว่าในต่างประเทศ 

มันก็สามารถที่จะทำได้อย่างไรก็ตาม  ถึงแม้ว่ารถดังกล่าวหรือว่าให้ดังกล่าวนี้  จะไม่สามารถเกิดขึ้นจริงๆแต่มันก็เป็นไอเดียที่เจ๋งสุดยอดไปเลย ซึ่งก็ไม่ได้ว่าในอนาคตไอเดียดังกล่าวนี้อาจจะเกิดขึ้นจริงและก็ได้มีการนำมาใช้ในประเทศไทยด้วย  ซึ่งมันก็เป็นเพียงแค่การคาดการณ์เท่านั้นแต่ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ 

อย่างนั้นแล้วเราก็คงจะต้องรอลุ้นกันต่อไป สุดท้ายนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเรื่องราวของรถยนต์จะเป็นเรื่องราวของนวัตกรรม แต่มันก็ยังคง มีเรื่องของนวัฒนธรรมเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่สำหรับในประเทศของเรา การสร้างรถที่สามารถยกข้ามหัวคนอื่นได้ ก็ไม่เหมาะกับคนไมยหรือเปล่าก็ต้องแล้วแต่มุมมอง

เจ้าของ NFT เศร้า ใส่ตัวเลขผิด จากราคาสามแสน เหลือเพียงราคาสามพัน

      การมองตัวเลขเยอะๆทำให้เราตาลายได้นะ เหมือนกับ ชายหนุ่มรายหนึ่ง ซึ่งเขาเป็นเจ้าของภาพ  NFT รายนึง   โดยชายหนึ่งรายนี้เขาตั้งใจจะขายภาพในราคาเริ่มต้น 300000 ดอลลาร์แต่ว่าเขาดันไปใส่จุดทศนิยมผิด ทำให้ชีวิตเขาเปลี่ยนทันที  เพราะภาพของเขานั้น ขายออกในราคาเพียงแค่ 3000 ดอลลาร์เท่านั้น  

         คนโชคร้ายในครั้งนี้คือแม็ค หรือที่รู้จักกันในชื่อวงการ  NFT ว่าแม็คน็อต เดิมทีเขาต้องการจะขายภาพ  NFT  ในราคา 75 อีเกอร์ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 10 ล้านบาทแต่บังเอิญว่าเขาพิมพ์ผิดเป็น 0.75  อีเกอร์ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 10000 บาทแสน  และก่อนที่จะทำแก้ไขผลงานก็จะอัพโหลดขึ้นบนแพลตฟอร์ม Open C ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับซื้อขายผลงาน  NFT และถูกซื้อไปเรียบร้อยแล้ว 

         โดยที่เขายังไม่ทันได้ทำอะไรซะด้วยซ้ำ การที่มีการที่มีคนมาซื้อเร็วขนาดนี้คาดว่าอาจจะมาจากการที่มีบอทในโอเพ่นซีที่มีคนตั้งโปรแกรมให้ค้นหาผลการตีราคาต่ำและซื้อไม่ทันทีฉะนั้นในกรณีนี้นะครับก็เหมือนภาพถ่ายได้รับไม่ทันได้ทำใจเลยครับสำหรับคนงานที่แม็คหายไปเป็นภาพลิงทำหน้าเบื่อสวมชุดครุยเหล็กซึ่งเป็นหนึ่งในคอลเลคชั่นงาน NFC ที่โด่งดังมีชื่อว่า boris Club ประกอบไปด้วยบรรดาลิงทำหน้าเบื่อแต่งตัวและจับคู่กับไอเทมแบบต่างๆ

       เช่นลิงทำหน้าเบื่อใส่ชุดลายพรางลิงทำหน้าเบื่อมีตาเลเซอร์ลิงทำหน้าเบื่อใส่แว่นกันแดดน่าเบื่อกว่า 10000 ตัวนี้ได้รับเสียงตอบรับจากบรรดานักสะสมที่เห็นคุณค่าและอยากสร้างกำไรจาก NFTเป็นอย่างดีทำให้ตอนนี้ลิงทำหน้าเบื่อตัวที่ราคาถูกที่สุดจะอยู่ที่ประมาณสองแสนหนึ่งหมื่นดอลล่าร์หรือประมาณ 7 ล้านบาทคิดดูสิว่าแม็กขายไปในราคาเพียงแค่ 1 แสนบาทเท่านั้นเอง

         ความผิดพลาดทำนองนี้ภาษาอังกฤษเรียกว่า Fat -Finger Errors หรือแปลประมาณว่านิ้วอ้วนไปโดนปุ่มอีกแล้วก็คือพิมพ์ผิดพิมพ์ตก เพระาว่านิ้วไปโดนปุ่มเรื่องปกติ สำหรับในวงการเงินความผิดพลาดแบบนี้มีให้เห็นบ่อยครั้งเช่นกรณีที่พนักงานธนาคารเพื่อส่งเงินเข้าบัญชีลูกค้าไปหกพันล้านดอลลาร์เกือบ 2 แสนล้านบาทเลยทีเดียวเลย 

        โชคดีว่าวันถัดไปธนาคารยังทำเรื่องแก้ไขทันได้แต่ในกรณีของ Mac ไม่ใช่แบบนั้น เพราะว่าสำหรับของแม็คนั้นเมื่อมีการกดขายแล้ว ก็จะขายออกไปเลย  แม้ว่าแม้คจะสูญ เสียเงินจำนวนมากในพริบปิดตา แต่าว่าแม็คก็ยังคงก้าวต่อไปข้างหน้าด้วยการออกมาทวิตส์แซวตัวเอง ปนให้กำลังใจว่าในบางครั้งคนเราจะทำอะไรผิดพลาดไปบ้างแต่การที่เราไปจดจ่อกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นและแก้ไขอะไรไม่ได้นั้นก็เหมือนกับการทำร้ายตัวเองซ้ำสอง 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  เซ็กซี่ บาคาร่า ขั้นต่ำ10บาท

นาซาเตรียมปล่อยกล้องส่องเอเลี่ยนขึ้น สู่อวกาศเดือนธันวาคมปีนี้ 

       มีการเปิดเผยออกมาว่าในขณะนี้ทางนาซ่าได้มีการเตรียมเปิดตัวกล้องโทรทรรศน์อวกาศ James webb Space Telescope  นาซาเตรียมปล่อยกล้อง โดยจะมีการเปิดเตัวในเดือนธันวาคมนี้  หลังจากที่มีการเลือนเปิดตัวมาหลายปีแล้วแล้วก็มีแพลนใช้สำรวจสัญญาณของเอเลี่ยนหรือสิ่งมีชีวิตนอกโลก  ซึ่งมีการคาดการณ์กันว่าจะช่วยให้พบสัญญาณได้เร็วสุดภายในทุก 20 ชั่วโมง

         กล้องโทรทรรศน์อวกาศ  James webb  เป็นกล้องโทรทรรศน์อวกาศที่ใหญ่ที่สุดและทรงประสิทธิภาพที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมาในตอนนี้โดยตัวกล้องมีความยาว 20 เมตร

และมีน้ำหนักที่หนักถึง 2600 กิโลกรัม  โดยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6.5 เมตร  ด้านในบรรจุกลไก การทำงานที่สำคัญ ซึ่งรวมแล้วมีมากถึง  178 รายการเช่นกล้องถ่ายคลื่นใกล้อินฟราเรด   สเปกโตกราฟไกล้ขึ้นอินฟราเรด   เครื่องมือวัดอินฟราเรดกลางและ เซ็นเซอร์นำทางความละเอียดสูง 

     สำหรับทางด้านมูลค่าของกล้องตอนนี้อยู่ที่ประมาณ หนึ่งหมื่น ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 330000 ล้านบาท  ผลงานการพัฒนากล้อง James webb  นี้เป็นความร่วมมือของ 3 องค์กร  ได้แก่องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติหรือนาซาองค์การอวกาศยุโรปและองค์การอวกาศแคนาดา   

สำหรับเป้าหมายในการสร้างเพื่อทดแทนกล้องโทรทรรศน์อวกาศตัวเก่า  Hubble Space Telescope ที่ใช้มาตั้งแต่ปี ค.ศ.  1995   เพราะด้วยความก้าวหน้าของ เทคโนโลยีในกล้องตัวใหม่นี้มันจึงเหมาะสมสำหรับการใช้สังเกตวัตถุอันห่างไกลในเอกภพซึ่งไกลเกินกว่าความสามารถของกล้องตัวเดิมจะจับภาพได้

        สำหรับกล้อง James webb นั้นเริ่มต้นโครงการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1996 นับจนถึงปัจจุบันนี้ก็มีอายุ 25 ปีแล้วแต่ก็ยังไม่ได้มีโอกาสขึ้นสู่อวกาศเสียทีเนื่องจากต้องเลื่อนกำหนดการออกไปเรื่อยๆเพราะยังคงต้องทดสอบและแก้ไขระบบไม่สมบูรณ์   จนล่าสุดก็มีกำหนดการใหม่ก็คือการที่จะปล่อยขึ้นวงโคจรในวันที่ 22 ธันวาคมนี้

ด้วยจรวด Ariane 5 โดยหลังจากปล่อยตัวกล้องจะไปอยู่ในตำแหน่งวงโคจรใกล้เคียงกับจุด  Sun-Earth LaGrange  ซึ่งอยู่ห่างจากโลกเกือบหนึ่งล้านห้าแสนกิโลเมตรและอยู่ห่างจากดวงจันทร์ประมาณ 4 เท่า

         ปัจจุบันนี้มีหลายวิธีที่สามารถระบุได้ว่าดวงใดมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่บ้างหรือดาวดวงใดมีคุณสมบัติเป็นอย่างไร  แต่วิธีการดังกล่าวยังคงค่อนข้างชัดเจน แล้วก็มีตัวแปรมากมายที่ยังคงเป็นแค่การคาดเดานั้น แต่เมื่อใดก็ตามที่กล้อง James webb ใช้งานได้จริงมันก็จะสามารถเปลี่ยนการศึกษานอกระบบดาวเคราะห์ใหม่และความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตนอกโลกไปอย่างสิ้นเชิงก็เป็นได้

    ดังนั้นเราต้องมาคอยตามลุ้นกันว่าในเดือนธันวาคม ที่จะมีการปล่อยกล้อง James webb ออกนอกโลกในครั้งนี้จะประสบความสำเร็จหรือไม่ 

 

สนับสนุนโดย.  ufabet ฝาก-ถอน เอง

IPhone รุ่นไหนขายดีสุด

IPhone รุ่นไหนขายดีสุด แน่นอนว่าสิ่งไหนดีย่อมได้รับความนิยม และสิ่งที่ตามมาก็คือยอดขาย จำนวนมากมายมหาศาลเช่นเดียวกันกับเรื่องราวที่เรากำลังจะพาทุกคนไปทำความรู้จักในวันนี้  มันเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับมือถือรุ่นหนึ่ง ที่บอกได้เลยว่าใครหลายๆคนไม่ได้ยินชื่อ ก็ต้องร้องอ๋อ

เพราะว่ามันเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากแล้ว    และก็เชื่อใจว่าใครหลายคนก็คงจะใช้โทรศัพท์มือถือรุ่นนี้อยู่เช่นเดียวกัน

ในวันนี้เรานะที่เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกันนั้น  มันเป็นเรื่องราวที่ใกล้ตัวของเรามากๆแต่เชื่อได้เลยว่าใครหลายคนอาจจะใช้โทรศัพท์มือถือ  iPhone

ชื่อนี้หลายคนก็คงรู้จักกันเป็นอย่างดี  เพราะว่ามันเป็นโทรศัพท์มือถือที่ใครหลายๆคนก็อยากจะครอบครอง  แต่ราคาของมันก็สูงพอสมควร  แต่ไม่ว่าราคาจะสูงแค่ไหน  ถามแฟนเขาก็ยังมีความเหนียวแน่นอยู่ดี  เนื่องจากว่า iPhone นั้นเป็นโทรศัพท์มือถือที่ใช้งาน  ได้นาน  เมื่อตัดสินใจที่จะซื้อแล้วรับรองได้เลยว่ามันคุ้มค่า  ต่อการที่เราจะลงทุน 

ซึ่งในวันนี้เรื่องราวที่เรากำลังจะพูดถึงมันเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับ iPhone รุ่นไหนขายดีที่สุดนั่นเอง  สำหรับIPhone รุ่นไหนขายดีที่สุดปี 2007 มาจนถึงทุกวันนี้ Apple iPhone ออกมาแล้วมากมายหลายต่อหลายรุ่น  แล้วคุณทราบไหมว่าในบรรดา iPhone เหล่านั้น  หากเรานับจำนวนเครื่องที่ถูกขายไปรุ่นไหน รุ่นที่ขายดีที่สุด คือคำตอบก็คือ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ได้มีการเปิดตัวมาแล้ว

ตั้งแต่ปี 2014 และมันก็มียอดขายรวมกันจากทั่วโลก       มีจำนวนมากกว่า 220 ล้านเครื่อง ในขณะที่ iPhone x กลายเป็นสมาร์ทโฟนที่ขายดีที่สุดในโลก ประจำ     ไตรมาส 1 ของปี 2018 ดูยอดขายกว่า 16 ล้านเครื่องทั่วโลก  จำนวนและตัวเลขที่ทางบริษัท มีการเปิดเผยข้อมูลออกมาจำนวนยอดขาย  ถือได้ว่าเป็นตัวเลขที่มากมายมหาศาลเลยทีเดียว 

อะไรก็ตามนอกจากเรื่องราวที่ว่า iPhone รุ่นไหนขายดีที่สุดมันก็ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างมากมาย  มีความน่าสนใจไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการต่างๆในแต่ละรุ่นการพัฒนาต่อยอด  มาจนถึงรุ่นในปัจจุบันนี้ถึงไอโฟน 13 แล้วใครหลายๆคนก็ยังคงใช้ iPhone 6 กันอยู่ยังใช้ iPhone x มันก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไร

เพราะว่าอา iPhone รุ่นเก่าๆก็ยังสามารถใช้งานได้ดีอยู่ ถ้าหากว่าทาง Apple ยังไม่ให้หยุดการอัพเดท  เชื่อได้เลยว่าทางผู้บริโภคก็ยังคงจะใช้วันต่อเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามถ้าหากคุณอยากที่จะทำความรู้จักกับ iPhone รุ่นต่างๆนอกจาก 2 รุ่น 3 รุ่นที่เราได้กล่าวไปก็ลองศึกษาค้นหาข้อมูลดู เพราะว่าแต่ละรุ่นมันก็มีความแตกต่างกัน 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  Ufabet เข้าสู่ระบบ

มนุษย์จะโง่ขึ้นถ้ามีเทคโนโลยีดีๆเพิ่มขึ้น

ความรู้สึกนึกคิดของเราไม่สามารถที่จะให้ใครมาคิดแทนเราได้  มนุษย์จะโง่ขึ้น แน่นอนว่าคำนี้เป็นสิ่งที่เราใช้กันมาอย่างช้านาน  ซึ่งมันก็ไม่ได้เกินความจริงเลย  แต่ในปัจจุบันหรือว่าอนาคตอันใกล้นี้  ที่ได้มีการนำเทคโนโลยีต่างๆอย่างหุ่นยนต์และ AI เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง 

แน่นอนว่าความนึกคิดหลายๆอย่างของมนุษย์อาจจะเปลี่ยนแปลงไป  ด้วยอุปกรณ์และเทคโนโลยีต่างๆเหล่านี้  ก็เป็นไปได้ซึ่งในวันนี้สิ่งที่เรากำลังจะพูดถึงเราจะมาพูดถึงเรื่องของมนุษย์ที่จะโง่ขึ้น ถ้าหากว่าให้หุ่นยนต์และ AI เข้ามามีบทบาทมากเกินไป

การที่เราได้นำหุ่นยนต์หรือ AI เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง หรือว่ามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรา   หรือว่ามีบทบาทในด้านอุตสาหกรรม  สิ่งต่างๆเพิ่มมากยิ่งขึ้นนะ  มันทำให้มนุษย์เราสบายขึ้น  แน่นอนว่าสิ่งที่จะตามมาไม่ว่าจะเป็นปัญหาสุขภาพต่างๆ หรือแม้แต่ความโง่ความฉลาดของมนุษย์  ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะมีผลกระทบเช่นเดียวกัน 

เพื่อเป็นการคิดต่างๆการแก้ไขปัญหาของมนุษย์  ที่ลดน้อยลงเนื่องจากว่ามีหุ่นยนต์หรือว่า AI เป็นตัวคิดแทน  หลายคนอาจจะมองว่ามันย้อนแย้ง ว่ามีเทคโนโลยีสูงสุดแล้ว เราต้องสร้างมันขึ้นมา support เราแต่ทำไมมนุษย์ถึงโง่ขึ้นได้  คำตอบ ก็คือ  อนาคตเมื่อเรามีหุ่นยนต์ทำงานให้  คิดแทนให้เราก็แทบจะไม่ต้องใช้สมองทำอะไรเลย

  เที่ยวเล่นไปวันๆ  และวันใด วันหนึ่ง  เมื่อเราประสบปัญหาและไม่มีหุ่นยนต์หรือ AI มาช่วยเรา  เราจะรู้สึกว่าเราโง่จริงๆ  เพราะที่เหลือทั้งหมดเราจะโทรเรียกมา จัดการแก้ไขปัญหาให้   แน่นอนในอนาคต ถ้าหากว่าเราใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ AI เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง  มันจะทำให้มนุษย์อย่างเราสบายขึ้น  มนุษย์ไม่ต้องคิดอะไรที่มันซับซ้อน

  เพียงแค่บอกหุ่นยนต์สั่งการผ่านระบบเสียงมันก็จะทำให้เราทุกอย่าง  ไม่ว่าเราอยากจะรู้อะไร  หรือว่าอยากจะทำอะไรก็หุ่นยนต์ก็สามารถที่จะทำให้เราได้ทั้งหมด  ดังนั้นและความสะดวกสบาย  ที่ตามมามันก็ทำให้มนุษย์อย่างเราขี้เกียจเพิ่มมากยิ่งขึ้น  ต่อไปนี้มนุษย์ก็ไม่รู้จักกระบวนการ  หรือวิธีการแก้ปัญหาด้วยตนเอง 

ดังนั้นแล้วถ้าหากว่าในอนาคตสิ่งต่างๆเหล่านี้เกิดขึ้นจริงๆแล้วของเราก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง  อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้จะมีประโยชน์มากมายแค่ไหน  ถ้าหากว่าเราใช้มันยังไม่รู้จักขอบเขต  ไม่รู้จักข้อดีข้อเสียของมันมาใช้งานมันในทางที่ไม่ถูก  มันก็จะเกิดโทษได้เช่นเดียวกัน  แน่นอนว่าสิ่งที่เราพูดไปนั้นมัน  คือ  ผลกระทบที่เกิดขึ้นเพียงข้อเดียวเท่านั้น    ถ้าหากอยากรู้เกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้ต่อแล้วละ  ก็ลองไปศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมดู

 

สนับสนุนโดย.  ทางเข้า Ufabet มือถือ

ครบรอบ 10 ปีการเสียชีวิตของสตีฟ จ็อบส์  แอปเปิ้ลสร้างภาพยนตร์สั้นแชร์ ความทรงจำ 

     การเสียชีวิตของสตีฟ จ็อบส์   เชื่อว่าเราสาวกของ Apple นั้นยังคงไม่ลืมผู้ที่เป็นส่วนหนึ่งของการก่อตั้งบริษัทแอปเปิ้ลขึ้นมาและเป็น CEO ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วโลกที่สำคัญเขาได้ล่วงลับไปแล้ว

  โดยใช้ผู้นั้นก็คือสตีฟจ๊อบ  นั่นเองอย่างไรก็ตามการเสียชีวิตของสตีฟจ๊อบนั้นผ่านมาเป็นระยะเวลานานกว่า 10 ปีแล้วซึ่งทาง Apple ได้มีการแสดงความรำลึกถึงผู้ล่วงลับนี้ด้วยการจัดทำภาพยนตร์ขึ้นมา 1 เรื่องเป็นภาพยนตร์ขนาดสั้นเพื่อเป็นการร่วมรำลึกถึงการจากไปของ Steve Jobs ครบ 10 ปีบริบูรณ์นั่นเอง

      สำหรับการทำหนังสั้นในครั้งนี้ได้รับความยินยอมจากเท่าครอบครัวของ Steve Jobs เป็นที่เรียบร้อยแล้ว    แม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนานแต่เชื่อว่าหลายคนยังไม่ลืมผู้ชายคนนี้ซึ่งเป็นบุคคลในตำนานที่สร้างสรรค์ผลงานออกมาให้ชาวโลกได้ใช้งานกัน

และเป็นผลงานที่ได้รับความนิยมจนมาถึงปัจจุบันนี้ชายผู้นี้ได้เป็นตัวแทนของการนำนวัตกรรมใหม่ๆเทคโนโลยีใหม่ๆมาให้กับประชาชนได้ใช้งานและเขาพูดมันก็คือสตีฟจ๊อบหนึ่งใน CEO ที่ส่งคุณภาพของแอปเปิลนั่นเอง

        อย่างไรก็ตามการเสียชีวิตของสตีฟจ๊อบนั้นเขาเสียชีวิตมานานกว่า 10 ปีแล้วและในครั้งนี้ทาง Apple ก็ได้มีการรำลึกถึงการจากไปของ Steve Jobs จึงได้มีการสร้างภาพยนตร์ขึ้นมา

โดยมีการเขียนข้อความสั้นๆเพื่อเป็นการแสดงว่ามีการระลึกถึงกิ๊ฟช็อปด้วยการพิมพ์หัวข้อที่ว่า   Celebrating Steve สำหรับภาพยนตร์สั้นที่มีการสร้างขึ้นมานี้จะมีการนำไปโพสต์เอาไว้ที่บริเวณด้านหน้า Landing Page ของ Apple

      โดยเนื้อหาส่วนใหญ่นั้นก็จะเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับ Steve Jobs โดยตรงซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นภาพนิ่งที่มีการฉายสไลด์เหตุการณ์ต่างๆที่สตีฟจ๊อบได้มีส่วนร่วมในการก่อตั้ง Apple ขึ้นมาหรือแม้แต่ภาพเหตุการณ์ที่จะไปร่วมการเปิดตัวในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของทาง Apple ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวโทรศัพท์มือถือ iPhone

ในแต่ละรุ่นหรือเปิดตัว iPad และ iPod ก็ตามด้วยความยาวของภาพยนต์สั้นนี้มีการกำหนดเอาไว้ว่าจะมีการสร้างความยาวไว้อยู่ที่ประมาณ 2.49 นาที 

        อย่างไรก็ตามปัจจุบันนี้บริษัท Apple ยังคงดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่องและยังคงมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งยังเป็นบริษัทที่นำเทคโนโลยีใหม่มาให้กับประชาชนได้มีการใช้งานกันและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆก็มีออกมาอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน

ซึ่งล่าสุด Apple ก็มีการจำหน่าย iPhone 13 โดยปัจจุบันนี้ CEO คนใหม่ที่มีการดูแลบริษัท Apple ก็คือทิม คุกนั่นเอง โดยทางด้านทิม คุกเองก็ออกมาโพสต์เพื่อเป็นการรำลึกถึง อดีตซีอีโอ ผู้ล่วงลับไปแล้ว อย่างสตีฟ จ็อบส์ เช่น เดียวกัน 

 

สนับสนุนโดย.  ufabet ฝากเงิน ออโต้

งานApple Event Unleashed จะมีการเปิดตัว HomePod  mini และ AirPods  3

        งานApple Event Unleashed  ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับบริษัทแอปเปิ้ลที่จะมีการนำสินค้าใหม่มาเปิดตัวหลังจากที่เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่น iPhone 13 ออกมา

ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้ซื้อกันเป็นอย่างมากจนในขณะนี้จำนวนยอดจองการสั่งซื้อนั้นก็ยังคงมีเข้ามาอย่างต่อเนื่องอย่างไรก็ตามทางด้านบริษัท Apple ได้มีการประกาศออกมาเกี่ยวกับเรื่องของการจัดงานที่ทาง Apple จะมีการจัดขึ้นโดยชื่องานนั้นมีชื่อว่า Apple Event Unleashed  

           งานนี้ทาง Apple ได้ออกมายืนยันว่าจะมีสินค้าตัวใหม่ของทาง Apple

ที่มีการผลิตล่าสุดออกมาเปิดตัวในงานนี้ด้วย  ซึ่งสินค้าตัวใหม่ที่จะถูกนำมาเปิดตัวนั้นก็คือHomePod  mini และ AirPods  3 ซึ่งสินค้าทั้ง 2 ตัวนี้มีการผลิตเป็นสีใหม่เพิ่มขึ้นมาด้วย

อย่างไรก็ตามการเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่นี้ไม่ได้ผิดความคาดหมายของใครหลายๆคนที่เชื่อว่าในงาน Apple Event Unleashed  Apple Store มีการนำสินค้าใหม่ของทางบริษัทออกมาจำหน่ายให้กับลูกค้าอย่างแน่นอนซึ่งตัว AirPods 3rd Gen นั้นเป็นวัตกรรมใหม่ล่าสุดของบริษัท Apple ที่มีการผลิตหูฟัง 

             ซึ่งหูฟังนี้จะเป็นหูฟังแบบไร้สายโดยนักออกแบบและนักวิจัยของทางบริษัท Apple นั้นได้มีการทำการวิจัยออกมาแล้วว่าการใช้หูฟังไร้สายมีลักษณะของการออกแบบยังไง

ถึงจะเหมาะสมกับผู้ที่ใช้งานมากที่สุดแล้วทำการออกแบบนั้นขึ้นมาซึ่งสิ่งที่ทำให้หูฟังนี้มีรูปแบบใหม่ขึ้นมาเนื่องจากว่าเป็นหูฟังที่มีความแข็งแรงทนทานและสามารถใช้งานได้จริงถึงแม้ว่าหูฟังแบบไร้สายนี้จะทำมาจากพลาสติกแต่พลาสติกที่ถูกนำมาผลิตนั้นก็เป็นพลาสติกที่มีคุณภาพโดยจะเห็นได้จากลักษณะของหูฟังไร้สายนี้จะมีขนาดเล็กมากและเหมาะสำหรับอย่างยิ่งสำหรับใส่ตรงบริเวณก้านหูไม่มีสายห้อยระโยงระยาง  

            ซึ่งหูฟังชนิดนี้ออกแบบมาเป็นพิเศษ

สำหรับคนที่ชื่นชอบการออกกำลังกายเนื่องจากว่าปกติแล้วคนออกกำลังกายนั้นจะมีเหงื่อออกมาดังนั้นฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มขึ้นมาสำหรับหูฟังไร้สายชนิดนี้ก็คือการติดเชื้อที่สามารถป้องกันน้ำได้นั่นเอง  AirPods 3rd Gen มีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถใช้งานได้นานถึง 6 ชั่วโมง  

          นอกจากนี้หูฟังไร้สายนี้ยังสามารถปรับเสียงได้ตามความต้องการของผู้ใช้งานเพื่อให้เหมาะสมสำหรับการใช้งานของแต่ละคนอีกด้วยซึ่งคุณภาพเสียงนั้นก็เป็นคุณภาพเสียงระดับพรีเมี่ยมมีคุณภาพมากๆนอกจากนี้เสียงที่ได้รับนั้น

ยังสามารถรับได้จากทั่วทุกทิศทางโดยทางบริษัท Apple นั้นได้มีการเปิดให้ผู้ที่สนใจใช้AirPods 3rd Genทำการสั่งจองล่วงหน้าเป็นการเปิดขายแบบพรีออเดอร์ซึ่งหลังจากที่มีการจองเสร็จเรียบร้อยแล้วจะมีการส่งสินค้าไปให้ลูกค้าอีกครั้ง

 

สนับสนุนโดย.  ufabet บาคาร่าออนไลน์

การพัฒนา คอร์เนอร์ ช็อต มาจากเทคโนโลยี

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาบนโลกของเรา  การพัฒนา คอร์เนอร์ ช็อต แน่นอนว่าในยุคปัจจุบันนี้เรื่องราวของเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากๆเลยทีเดียว 

คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าเทคโนโลยีต่างๆที่เรานำมาใช้ในชีวิตประจำวันหรือว่านำไปใช้ในด้านอื่นนั้นมันใช้เวลาในการคิดค้น หรือว่าผลิตขึ้นมานานเท่าใด

แต่เราจะบอกไว้ก่อนตรงนี้เลยว่าบางเทคโนโลยีนั้น   ก็ได้รับการพัฒนามาจากเทคโนโลยี 

ที่เคยมีอยู่แล้วนำมาต่อยอดให้มันมีความกรุณาเพิ่มมากยิ่งขึ้น  แต่บางทีก็ถูกสร้างขึ้นมาใหม่เพียงแค่ในเวลาไม่กี่นาทีเท่านั้นอย่างไรก็ตามในวันนี้เรื่องราวที่เราจะพูดถึงก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยเลย

ในยุคที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีเราไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้เลยว่า  เราจำเป็นอย่างมากที่จะต้องศึกษามันเอาไว้อยู่ตลอดเวลา  เพราะถ้าหากว่าเราพลาดเรื่องใดเรื่องหนึ่งไปแม้แต่นิดเดียวมันอาจจะทำให้เรากลายเป็นคนที่ตกยุค  แล้วก็ตามคนทั้งโลกไม่ทันเลยก็ว่าได้ 

ซึ่งในวันนี้เรื่องราวที่เรากำลังจะกล่าวถึง ก็อย่างที่เราได้พูดไปแล้วข้างต้นว่า  มันเป็นเรื่องราวของเทคโนโลยี  แต่ว่ามันเป็นเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในด้านการทหาร  มันเป็นเทคโนโลยีอัจฉริยะ  ที่นำมาใช้ในการป้องกันประเทศ  ภารกิจระดับชาติขนาดนี้การปกป้องประเทศ  ถือว่าเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่นะ 

การที่มีเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง  เพื่อใช้ในด้านต่างๆไม่ว่าจะเป็นการสำรวจป่า  หรือว่าสอดส่องศัตรูก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน   เทคโนโลยีดังกล่าวมีชื่อว่า คอร์เนอร์ ช็อต นั่นเอง ในการปฏิบัติภาระกิจจู่โจมต่างๆ มักมีจุดบอด  ที่แสนจะน่ากลัวเพราะเราเองก็ไม่รู้ว่าอีกด้านจะมีอะไรอยู่แต่ถ้าพี่ๆทหารถือปืนสำหรับ คอร์เนอร์ ช็อต ยิงตรงมุมตึกแล้วก็คงไม่ต้องใช้สัญญาณวายกันอีกแล้ว

เพราะมันมีกล้องก็แสดงผลหน้าจอให้เห็นกันชัดๆว่า  หลังกำแพงมีอะไรเกิดขึ้นหรือใครอยู่บ้างแต่ความเจ๋งของมันยังไม่หมดแค่นี้  เนื่องจากสามารถปรับตรงไปเลี้ยวซ้ายหรือขวาได้ต้องการส่งตรงข้ามเล่นกับเราก็จะรู้สึก  และสามารถสั่งและควบคุมการเคลื่อนไหวได้  และตรวจสอบความละเอียด การเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม ได้อย่างแม่นยำ ได้

ซึ่งทุกซอกทุกจุด  ที่ตั้งสนาม สามารถส่งสัญญาณกับแรงงานฐานทัพได้แบบ Real Time ด้วย  เอาเป็นว่าแค่มีเจ้านี้กระบอกเดียว  ก็เอาอยู่ทุกสถานการณ์แล้ว แน่นอนว่าเทคโนโลยี  นอกจากจะนำมาใช้  เพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันของเราแล้ว ในด้านทหารก็เป็นสิ่งที่จำเป็นอีกตัว  นอกจากนี้ก็ยังมีการนำไปใช้ในด้านการเกษตร  เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิตเทคโนโลยีต่างๆเหล่านี้ได้ถูกสร้างขึ้นมาด้วยฝีมือมนุษย์อย่างเรา 

 

สนับสนุนโดย.    Ufabet เข้าสู่ระบบ

การใช้อวัยวะเทียมที่ผสานระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร

ในยุคปัจจุบันนี้มีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย ผสานระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร  เกิดขึ้นมาบนโลกและนอกโลกของเรา  อย่างไรก็ตามสำหรับเรื่องราวที่เรากำลังจะกล่าวถึงต่อไปนี้  ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว  เพราะว่ามันเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี  ในยุคปัจจุบันนี้ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้เลยว่าหลายประเทศต่างๆทั่วโลก

  สามารถขับเคลื่อนประเทศของตัวเองไปข้างหน้า  ได้ด้วยเทคโนโลยีต่างๆที่มีความทันสมัยในยุคปัจจุบันนี้ไม่ว่าเราจะทำอะไรอยู่ที่ไหนเรา  ก็ล้วนแล้วแต่ต้องพึ่งพาอาศัยเทคโนโลยี  สำหรับเรื่องราวที่เราจะพูดถึงมันจะเกี่ยวข้องกับอะไรน่าสนใจ  หรือไม่ไปศึกษามันพร้อมกันเลยดีกว่า 

โลกมนุษย์ใบนี้ประกอบไปด้วยทั้งสิ่งมีชีวิต  และสิ่งไม่มีชีวิตต่างๆมากมาย  ซึ่งสิ่งไม่มีชีวิตนั้นก็เกิดขึ้นจากฝีมือมนุษย์อย่างเรานี่เอง  มนุษย์มีความเฉลียวฉลาดเป็นอย่างไรมา  ด้วยความเฉลียวฉลาดของมนุษย์สามารถคิดค้น  และสร้างสิ่งประดิษฐ์ขึ้นมามากมาย   รวมไปถึงเทคโนโลยีต่างๆโดยในวันนี้เรื่องราวที่เรากำลังจะกล่าวถึงเป็นเรื่องราวของเทคโนโลยีสุดล้ำ 

ที่จะเปลี่ยนแปลงมนุษยชาติไปตลอดกาลเลยก็ได้ในปี 2050 เมื่อพูดถึงปี 2050 มันอาจจะดูไกล  แต่แน่นอนว่าเมื่อปี 2050 มาถึงแล้วเราจะมองว่ามันเป็นระยะเวลาที่เร็วมากๆเลยทีเดียวมาพูดมาถึงขนาดนี้แล้ว  หลายคนก็คงอยากจะรู้ว่า   เรื่องดาวหรือว่าเทคโนโลยีที่เรากำลังจะพูดถึงมัน คือ อะไรเราไปทำความรู้จักกันเลยดีกว่ากับเรื่องที่มีชื่อว่าการใช้อวัยวะเทียมที่ใช้ระหว่างมนุษย์ 

และเครื่องจักรจะมีความก้าวหน้าเพิ่มมากยิ่งขึ้นนั่นเอง  มีความก้าวหน้ามากใน 10 ปีข้างหน้าพวกเขาสามารถให้ทักษะใหม่ๆแก่ผู้คนได้  ในปัจจุบันเราเริ่มเห็นควรใช้ขาเทียม  ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงกันแล้ว  ซึ่งในอนาคตอวัยวะเทียมจะยังคงได้รับการพัฒนาให้ก้าวหน้ามากขึ้น  

จนไปถึงจุดที่ผู้คนมีความรู้สึกนิยมและเชื่อมั่นที่จะใช้เทคโนโลยี   การประสานอวัยวะเทียมเข้ากับร่างกายเพื่อเป็นอุปกรณ์ตัวเสริมสมรรถนะเพิ่มขีดความสามารถของร่างกายให้เกินขีดจำกัดของธรรมชาติ  ตัวอย่าง  เช่นผู้คนสามารถเลือกที่จะได้รับการปลูกถ่ายไซเปอร์เนติกส์ ในขา ของพวกเขาเพื่อที่จะทำให้ขาแข็งแกร่งขึ้นมากกว่าปกติหลายเท่าตัวเป็นต้น 

แน่นอนว่าเทคโนโลยีดังกล่าวนี้ความสำเร็จและผู้คนไว้วางใจที่จะเชื่อมประสานระหว่างอวัยวะเทียมเข้ากับร่างกายของตัวเอง  และเราก็มันจะเพิ่มทักษะในการใช้ชีวิตของผู้ที่ต้องการอวัยวะเทียมเพิ่มมากยิ่งขึ้น  อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวนี้ยังมีอะไรให้เราได้ศึกษากันอีกมากมาย

สำหรับเรื่องราวที่เราได้กล่าวไว้ข้างต้น  เป็นเพียงส่วนเล็กๆน้อยๆที่อยากจะนำเสนอให้ทุกคนได้รับรู้กันเท่านั้น  วันนี้ยุคปัจจุบันนี้เทคโนโลยี  เกี่ยวกับวงการแพทย์มันพัฒนาก้าวหน้าไปไกลมากมายแค่ไหนแล้ว  ถ้าหากคุณอยากที่จะศึกษาต่อและเราก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากอะไรเลย 

 

 

สนับสนุนโดย.  ufabet บาคาร่าออนไลน์