คอมพิวเตอร์และข่าวสารการทำเว็บไซต์

คอมพิวเตอร์และข่าวสารการทำเว็บไซต์

เว็บไซต์เพื่อข่าวสารเทคโนโลยีรอบโลก เรื่องราวด้านไอที คอมพิวเตอร์ ย่อโลกมาอยู่ในมือคุณแล้วที่นี่

อัพเดตเรื่องราวต่างๆของโลกเทคโนโลยีในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวทางด้านคอมพิวเตอร์ Hardware, Software ต่างๆ การใช้งาน Internet ในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงทริคเล็กๆน้อยๆ ประโยชน์ต่างๆที่จะช่วยให้การดำเนินชีวิตของคุณง่ายมากยิ่งขึ้น ด้วยนวัตกรรมใหม่ๆที่เราสรรหามาแนะนำทุกท่าน

การใช้อวัยวะเทียมที่ผสานระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร

ในยุคปัจจุบันนี้มีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย ผสานระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร  เกิดขึ้นมาบนโลกและนอกโลกของเรา  อย่างไรก็ตามสำหรับเรื่องราวที่เรากำลังจะกล่าวถึงต่อไปนี้  ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว  เพราะว่ามันเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี  ในยุคปัจจุบันนี้ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้เลยว่าหลายประเทศต่างๆทั่วโลก

  สามารถขับเคลื่อนประเทศของตัวเองไปข้างหน้า  ได้ด้วยเทคโนโลยีต่างๆที่มีความทันสมัยในยุคปัจจุบันนี้ไม่ว่าเราจะทำอะไรอยู่ที่ไหนเรา  ก็ล้วนแล้วแต่ต้องพึ่งพาอาศัยเทคโนโลยี  สำหรับเรื่องราวที่เราจะพูดถึงมันจะเกี่ยวข้องกับอะไรน่าสนใจ  หรือไม่ไปศึกษามันพร้อมกันเลยดีกว่า 

โลกมนุษย์ใบนี้ประกอบไปด้วยทั้งสิ่งมีชีวิต  และสิ่งไม่มีชีวิตต่างๆมากมาย  ซึ่งสิ่งไม่มีชีวิตนั้นก็เกิดขึ้นจากฝีมือมนุษย์อย่างเรานี่เอง  มนุษย์มีความเฉลียวฉลาดเป็นอย่างไรมา  ด้วยความเฉลียวฉลาดของมนุษย์สามารถคิดค้น  และสร้างสิ่งประดิษฐ์ขึ้นมามากมาย   รวมไปถึงเทคโนโลยีต่างๆโดยในวันนี้เรื่องราวที่เรากำลังจะกล่าวถึงเป็นเรื่องราวของเทคโนโลยีสุดล้ำ 

ที่จะเปลี่ยนแปลงมนุษยชาติไปตลอดกาลเลยก็ได้ในปี 2050 เมื่อพูดถึงปี 2050 มันอาจจะดูไกล  แต่แน่นอนว่าเมื่อปี 2050 มาถึงแล้วเราจะมองว่ามันเป็นระยะเวลาที่เร็วมากๆเลยทีเดียวมาพูดมาถึงขนาดนี้แล้ว  หลายคนก็คงอยากจะรู้ว่า   เรื่องดาวหรือว่าเทคโนโลยีที่เรากำลังจะพูดถึงมัน คือ อะไรเราไปทำความรู้จักกันเลยดีกว่ากับเรื่องที่มีชื่อว่าการใช้อวัยวะเทียมที่ใช้ระหว่างมนุษย์ 

และเครื่องจักรจะมีความก้าวหน้าเพิ่มมากยิ่งขึ้นนั่นเอง  มีความก้าวหน้ามากใน 10 ปีข้างหน้าพวกเขาสามารถให้ทักษะใหม่ๆแก่ผู้คนได้  ในปัจจุบันเราเริ่มเห็นควรใช้ขาเทียม  ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงกันแล้ว  ซึ่งในอนาคตอวัยวะเทียมจะยังคงได้รับการพัฒนาให้ก้าวหน้ามากขึ้น  

จนไปถึงจุดที่ผู้คนมีความรู้สึกนิยมและเชื่อมั่นที่จะใช้เทคโนโลยี   การประสานอวัยวะเทียมเข้ากับร่างกายเพื่อเป็นอุปกรณ์ตัวเสริมสมรรถนะเพิ่มขีดความสามารถของร่างกายให้เกินขีดจำกัดของธรรมชาติ  ตัวอย่าง  เช่นผู้คนสามารถเลือกที่จะได้รับการปลูกถ่ายไซเปอร์เนติกส์ ในขา ของพวกเขาเพื่อที่จะทำให้ขาแข็งแกร่งขึ้นมากกว่าปกติหลายเท่าตัวเป็นต้น 

แน่นอนว่าเทคโนโลยีดังกล่าวนี้ความสำเร็จและผู้คนไว้วางใจที่จะเชื่อมประสานระหว่างอวัยวะเทียมเข้ากับร่างกายของตัวเอง  และเราก็มันจะเพิ่มทักษะในการใช้ชีวิตของผู้ที่ต้องการอวัยวะเทียมเพิ่มมากยิ่งขึ้น  อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวนี้ยังมีอะไรให้เราได้ศึกษากันอีกมากมาย

สำหรับเรื่องราวที่เราได้กล่าวไว้ข้างต้น  เป็นเพียงส่วนเล็กๆน้อยๆที่อยากจะนำเสนอให้ทุกคนได้รับรู้กันเท่านั้น  วันนี้ยุคปัจจุบันนี้เทคโนโลยี  เกี่ยวกับวงการแพทย์มันพัฒนาก้าวหน้าไปไกลมากมายแค่ไหนแล้ว  ถ้าหากคุณอยากที่จะศึกษาต่อและเราก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากอะไรเลย 

 

 

สนับสนุนโดย.  ufabet บาคาร่าออนไลน์

เวอร์ชั่นเต็มของ Windows 11 จะถูก Microsoft  ปล่อยให้ใช้งานได้ภายในเดือนตุลาคมนี้ 

      เวอร์ชั่นเต็มของ Windows 11 มีการเปิดเผยออกมาจากบริษัท Microsoft ซึ่งมีการบอกใบ้ให้กับผู้ที่ใช้งาน Microsoft fix อยู่ในขณะนี้ว่าทางบริษัท Microsoft ได้มีการพัฒนาระบบปฏิบัติการ Windows ใหม่ล่าสุดออกมาซึ่งเป็นเวอร์ชั่น Windows 11 โดยจะมีการปล่อยให้ผู้ที่ใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows สามารถอัพเดทเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดหรือดาวน์โหลดเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดมาใช้งานได้ประมาณวันที่ 20 เดือนตุลาคมปี พ.ศ. 2564 นี้    

      เมื่อช่วงประมาณกลางเดือนมิถุนายนปีพศ 2564 ทางบริษัท Microsoft ซึ่งมีการประกาศเปิดตัวผลงานชิ้นใหม่ของบริษัท Microsoft นั่นก็คือการอัพเดทเวอร์ชั่นใหม่ขึ้นมาจากเดิมที่ Microsoft นั้นใช้ระบบปฏิบัติการล่าสุดคือ Windows 10 แต่ในขณะนี้ได้มีการบอกใบ้ให้กับผู้ใช้งานเป็นนายแล้วว่าเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด

เคยทางบริษัทไมโครซอฟท์กำลังพัฒนาอยู่นี้น่าจะเป็นเวอร์ชั่น 11 แล้วทางบริษัทไมโครซอฟท์จะเปิดให้ผู้ใช้งานทั่วโลกสามารถอัพเดทเวอร์ชั่นของ Windows 11 มาใช้งานได้ช่วงประมาณเดือนตุลาคมนี้อย่างแน่นอน      

          สำหรับความเชื่อที่หลายคนมีความมั่นใจว่าทางบริษัท Microsoft กำลังมีการพัฒนา Windows 11 ให้สามารถที่จะใช้งานได้ก็เพราะว่ามีข้อความหลุดออกมาซึ่งถูกระบุว่าหลุดมาจากทางวิศวกรของ Microsoft ซึ่งส่งไปยังหัวหน้าฝ่ายของ Windows และดีไว้ด้วยข้อความที่หลุดออกมานั้นพูดเหมือนกับว่าอีกไม่นาน  Windows 11 จะสามารถใช้งานได้แล้วซึ่งเขานั้นรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากและเขาอยากให้ถึงเดือนตุลาคมเร็วๆ  

             อย่างไรก็ตามมีการเชื่อกันว่าในเดือนตุลาคมนั้นอาจจะไม่ได้เห็นเพียงแค่การอัพเดท Windows จาก Windows 10 เป็น windows 11 เท่านั้นแต่ทางบริษัทไมโครซอฟท์อาจจะมีผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ออกมาประกาศให้กับผู้ใช้งานได้ทดลองใช้งานกันซึ่งหลายคนเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่ Microsoft ผลิตออกมานั้นน่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม Surface 

          อย่างไรก็ตามเมื่อเรามีการเข้าไปดูเว็บไซต์ของทางบริษัทไมโครซอฟท์ปรากฏว่าจะมีเมนูหนึ่งที่มีการแนะนำเกี่ยวกับ Windows 11 ขึ้นมาแล้วซึ่งในเว็บไซต์มีการระบุวันที่ที่จะมีการแนะนำเกี่ยวกับการใช้งาน Windows 11 คือวันที่ 20 เดือนตุลาคมปีพศ 2564 นี้นั่นเองซึ่งมันก็ตรงกับข้อความที่มีการหลุดลอกออกมา

จากทางวิศวกรของบริษัทไมโครซอฟท์ทำให้เชื่อว่ามีโอกาสเป็นไปได้สูงที่วันที่ 27 ตุลาคมทางบริษัทไมโครซอฟท์จะมีการปล่อยให้ผู้ที่ใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows สามารถอัพเดท Windows 11 มาใช้งานได้แล้ว 

 

    ก่อนหน้านี้ทางบริษัท Microsoft เคยประกาศว่าจะไม่มีการพัฒนา Windows และจะยังคงมีการให้ใช้งานเฉพาะถึง Windows 10 เพียงเท่านั้นแต่เชื่อว่าในขณะนี้บริษัท Microsoft น่าจะมีการเปลี่ยนใจแล้วเนื่องจากว่า Windows 10 นั้นมีการใช้งานมานานหลายปีและเมนูต่างๆก็เก่าแก่จนเกินไปซึ่งควรจะต้องมีการพัฒนารูปแบบใหม่ๆเวอร์ชั่นใหม่ๆได้แล้ว 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  บาคาร่า sa gaming

Microflier หุ่นยนต์จิ๋ว เล็กกว่ามด 

    Microflier หุ่นยนต์จิ๋ว  ในสภาวะอากาศในปัจจุบัน ที่มีทั้งมลพิษ และเชื้อโรค จะดีมากแค่ไหนถ้าหากว่านักวิทยาศาสตร์จามารถผลิตสิ่งที่จะสามารถตรวจสอบเชื้อโรคที่ล่องลอยอยู่ในอากาศได้    สิ่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ความคิดในสมองของคนเราเพียงอย่างเดียวแล้ว เพราะแนวคิดนี้เป็นความจริงแล้ว เมื่อนักวิจัยในสหรัฐได้พัฒนาหุ่นยนต์ที่มีชื่อว่า  Microflier  

       สำหรับหุ่นยนต์ Microflier นั้นเป็นหุ่นยนต์ขนาดที่เล็กมาก ดูแล้วเล็กยิ่งกว่ามด เสียอีก  และที่สำคัญมันสามารถบินได้ เพื่อไปตรวจสอบเชื้อโรคในอากาศ   และหุ่นยนต์เหล่านี้มันจะสามารถบอกได้ด้วยว่าอากาศที่เราหายใจเข้าไปนั้นปลอดภัยหรือไม่   เรียกได้ว่าหุ่นยนต์นี้อัจฉริยะ และเจ๋งมากจริงจริง 

    สำหรับ Microflier  นั้นนับว่าเป็นหุ่นยนต์ที่มมีขนาดเล็กที่สุดในโลก เลยก็ว่าได้  และทีมงานที่ทำการวิจัยและผลิต Microflier  นั้นก็คือ ทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์นประเทศสหรัฐอเมริกาและพัฒนาสิ่งประดิษฐ์บินได้ที่เล็กที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยสร้างขึ้นมา  

สำหรับความต้องการของทีมวิจัยคือ ต้องการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์บินติดตั้งระบบอิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กเพื่อใช้ในการตรวจสอบสภาพอากาศเชื้อโรคในอากาศหรือติดตามการระบาดของโรคในสถานที่ต่างๆรวมถึงมลภาวะการปนเปื้อนทางสิ่งแวดล้อม

        นอกจากนี้ทีมวิจัยยังพยายามที่จะพัฒนากองทัพหุ่นยนต์แมลงที่สามารถบินรวมกันเป็นถุงขนาดใหญ่เรียนแบบการบินของแมลงในธรรมชาติโดยขนาดของหุ่นยนต์ Microflier  เทียบเท่ากับ1 ใน 3 ของมดหรือแมลงตัวเล็กๆ ส่วนการออกแบบโครงสร้างนั้นมีลักษณะคล้ายๆกับเมทัลชีทใบพัดของต้นเมเปิ้ลตรงกลางของหุ่นยนต์มีลักษณะเป็นวงกลมติดตั้ง ไมโครชิพวงจรอิเล็กทรอนิกส์ด้านนอกติดตั้งใบพัดขนาด 3 ชิ้นเพื่อช่วยในการหมุนและการทรงตัวกลางอากาศการออกแบบทั้งหมดของหุ่นยนต์เป็นไปตามหลักอากาศพลศาสตร์โดยอันดับการร่วงหล่นของเมล็ดเมเปิ้ลค่อยๆลงจากที่สูงไปในอากาศ

      สิ่งเหล่านี้ถือว่าสำคัญมากเพราะจะทำให้การบินมีเสถียรภาพและกระจายเป็นวงกว้างสู่พื้นดินด้านล่างเพื่อสำรวจอากาศได้มากยิ่งขึ้นอย่างที่บอกว่าความท้าทายอยู่ที่ขนาดของ หุ่นยนต์ชิ้นเล็กมากๆ  ดังนั้นส่วนประกอบต่างๆที่ต้องทำก็ต้องเล็กลงไปอีก  ไม่ว่าจะเป็นไมโครชิปวงจรอิเล็กทรอนิกส์  เซ็นเซอร์   แบตเตอรี่   ระบบติดต่อสื่อสาร ต้องจิ๋วสุดๆ ทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์นได้รับความร่วมมือจากห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์เก็บรวบรวมข้อมูลลักษณะการบินของหุ่นยนต์ระหว่างการทดสอบ

     นอกจากนี้ทีมนักวิจัยอย่างพยายามพัฒนาโครงสร้างหุ่นยนต์ขึ้นมาจากสารชีวภาพที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติอีกด้วยแต่จะหักงานวิจัยชิ้นนี้ได้รับการพัฒนาต่อยอดในอนาคต ไม่แน่ เราอาจจะได้เห็นหุ่นยนต์บินได้ขนาดเล็กจำนวนมหาศาลที่สามารถทำภารกิจร่วมกันเป็นกลุ่มเป็นฝูงได้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    ทางเข้า sbobet ใหม่ล่าสุด

ใครเป็นนักการตลาดต้องมาอัพเดท E-Commerce Trends ในครึ่งหลังของปีสักหน่อย 

อัพเดท E-Commerce Trends ปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ ว่า ตลาด E-Commerce กำลังมาแรงขนาดไหน อาจเป็นเพราะวิกฤตโควิดด้วยส่วนหนึ่งที่ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคส่วนมาก หันมาสั่งสินค้าออนไลน์มากขึ้น รวมไปถึงฝั่งร้านค้าเอง ก็มีจำนวนที่มากขึ้นหลายเท่าตัว 

ในบทความนี้ จะพาไปส่ง E-Commerce Trends กันสักหน่อย ว่าช่วงนี้มีกระแสอะไรมาแรงบ้าง อย่ารอช้า ไปอ่านกันเลยดีกว่า!

คนทั่วไปเปิดร้านค้าใน Social Media กันมากขึ้น จะบอกว่า Social Media ไม่ใช่แพลตฟอร์มที่ใช้แชร์ข้อมูลส่วนตัวเพียงอย่างเดียว

แต่ ณ ยุคปัจจุบัน มีกลุ่มคนจำนวนมากหันไปเปิดร้านและขายสินค้าผ่านทาง Social Media โดยข้อมูลพบว่ามี Instragram Users มากกว่า 113 ล้านคนที่ทำการคลิกเข้าไป Learn more เกี่ยวกับสินค้าที่ขายผ่าน IG Shop ทุกเดือน

ซึ่งนอกจากนี้ การซื้อ-ขายผ่าน Social Media ยังมีกระแสที่น่าสนใจอย่างการทำคอนเทนต์แนวๆ How-to Video และ  การทำ Interactive เช่น การทำ Poll การสร้างคำถามเล็กๆ ง่ายๆ เหล่านี้ก็มาแรงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ดังนั้นนี่อาจเป็นช่องทางในการเปิดร้านค้าใหม่ที่ตอบโจทย์พ่อค้าแม่ค้ามือใหม่อย่างมากเลยทีเดียว 

ประสบการณ์ในการชำระเงินสำคัญกว่าที่คิดนะ! เพราะเราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Payment Experience สำคัญจริงๆ เพราะมันคือปัจจัยสำคัญในด้าน Consumers และแบรนด์ต่างๆ ก็ให้ความสำคัญมาก

โดยร้านค้าเองก็ได้มีการเลือกแบงก์จากระบบที่จ่ายเงินได้สะดวกสบายมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Mobile Wallets / QR Code ต่างๆ รวมไปถึงการ Buy now, Pay later ที่ถือว่าเป็นฟีเจอร์ใหม่มาแรงเลยก็ว่าได้ 

E-Commerce ได้เพิ่ม Option ให้ B2B มากขึ้น จะสังเกตได้ว่าที่ผ่านมาในตลาด E-Commerce เรามักจะเห็น B2C ซะส่วนใหญ่ แต่เมื่อไม่นานมานี้ก็เริ่มจะมีกระแสที่ว่า ECommerce กำลังขยายเข้าสู่ตลาด B2B กันอยู่ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของ Self-Service option ที่เพิ่มเข้ามา คือการสั่งซื้อของเอง

โดยไม่จำเป็นต้องคุยกับพนักงาน หรือติดต่อกับตัวแทนขายน้อยลง โดยการทำงานก็จะทำผ่านระบบยอดนิยมอย่าง Clouds เพิ่มขึ้น รวมไปถึงเรื่องของ Personalized options ที่ตรงใจลูกค้ามากขึ้นอีกด้วย

การ Shopping ผ่านเสียงกำลังมาแรง! ถ้าใครยังนึกไม่ออก ลองนึกภาพการที่เราพูดกับ Siri หรือ Alexa ให้ทำนู่นทำนี่ให้ ทำให้คนเริ่มคุ้นชิน จึงมีหลายๆ คนที่สั่งซื้อของผ่านทางการพูดกับ  Siri บ้าง Alexa บ้าง อย่างที่มีหลายๆ คลิปวิดิโอที่เป็นไวรัลบนโลกออนไลน์อยู่ปัจจุบันนี้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องบอกว่าการ Shopping ผ่านเสียงก็อาจจะลดการ Shopping ไปได้เพราะคนจะไม่ได้เข้ามาเว็บเพื่อ Scroll เลื่อนๆ ดูนั่นนี่ ซึ่งเห็นมั้ยว่า เทรนด์มันเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วจริงๆ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย.    แจ้งฝาก-ถอน ufabet

โครงการStarlinkเป็นประโยชน์หรือปัญหา?

สำหรับหาก โครงการStarlink ซึ่งตรงนี้ถือได้ว่าเป็นประโยชน์สูงสุดกับประชาชนคนทั้งโลกและทุกอย่างเหรียญมันมีสองด้านเสมอมีดีแล้วอีกด้านนึงก็มีลบเหมือนกันผลกระทบบที่อาจจะเกิดขึ้นจากหากโครงการStarlinkถ้าเกิดสำเร็จเป็นจริง

เรื่องแรกเลยก็คือว่าจะเกิดการผูกขาดอำนาจในการส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตAPACEXเจ้าของหากโครงการStarlinkจะกลายมาเป็นผู้ควบคุมอินเทอร์เน็ตโลกคิดดูสิว่าจะขนาดไหนเพราะตอนนี้เท่าที่นึกยังนึกคู่แข่งคนสำคัญที่เป็นคู่แข่งโดยตรงของSpaceXไม่ออกเลย

เพราะฉะนั้นถ้าในสิ่งนี้เกิดขึ้นไม่ว่าจะSpaceXจะทำอะไรโมเดลธุรกิจแบบไหนจะเป็นการให้บริการกับผู้ใช้ทั่วไปหรือเป็นlnternet Provider ผู้ให้บริการเครือข่ายไม่ว่าจะเป็นแบบไหนปลาตัวใหญ่ที่สุดในวงจรนี้ก็คือSpaceXเจ้าของโครงการStarlinkอยู่ดี

ผลกระทบในข้อต่อมาก็คือเรื่องของการศึกษาทางด้านดาราศาสตร์เรื่องนักนักดาราศาสตร์เขาออกมาบอกว่าโครงการStarlinkมีผลกนะทบต่อการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์อย่างแน่นอนแต่ก็ไม่ถึงขั้นกับส่องกล้องสังเกตการณ์แล้วมองไม่เห็น

ส่วนปัญหาอื่นๆก็จะมีเรื่องของแสงสะท้อนจากดาวเทียมStarlinkซึ่งแสงสะท้อนนี้อาจจะไปรบกวนการสังเกตการณ์ด้วยตาได้แต่เรื่องนี้Starlinkเขาทราบเรื่องแล้วก็เลยมีการแก้ไขปัญหาด้วยการเปลี่ยนโทนสีของดาวเทียมให้กลายมาเป็นสีโทนมืด

ข้อต่อมาก็คือว่าดาวเทียมStarlinkอาจจะกำเนิดคลื่นได้หลายอย่างเช่นคลื่นวิทยุโดยถ้าหากว่ามีกรสะท้อนของคลื่นออกมาก็อาจจะไปรบกวนการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ด้วยการใช้กล้องโทรทัศน์แบบวิทยุนั่นเองแต่เรื่องนี้Starlinkเขาก็ทราบเรื่องแล้วแล้วก็ดำเนินการแก้ไขปัญหาอยู่

นอกจากนี้นี้อีกหนึ่งปัญหาที่จะเกิดตามมาจากการส่งดาวเทียมStarlinkไปที่วงโคจรก็คือเรื่องของขยะอวกาศและขยะอเล็กทรอนิกส์นั่นเองจะเพิ่มจำนวนขึ้นมหาศาลเลยทีเดียวลองนึกภาพตามจริงอยู่ที่ดาวเทียมของStarlinkขึ้นชื่อว่าเป็นดาวเทียมที่มีความแข็งแรงและก็ทนทานและก็อาจจะมีการซ่อมบำรุงหากแก้ไขได้ก็ดี

แต่ถ้าเกิดว่าไม่สามารถที่จะแก้ไขหรือว่าซ่อมบบำรุงดาวเทียมนั้นๆได้ดาวเทียมดวงนั้นมันก็จะเสียไปแล้วกลายมาเป็นขยะที่อยู่ในวงโคจร คำถามก็คือว่าใครจะจัดการกับ ดาวเทียมStarlinkที่เป็นขยะอยู่ในวงโคจรและลองคิดดูว่าเรามีดาวเทียมStarlinkเป็นหมื่นๆดวงอยู่ในวงโคจรมันจะเกิดเป็นขยะอวกาศจำนวนมหาศาลมากแค่ไหน

เนื่องจากนี้กลับมามองที่ภาคพื้นดินกันบ้างผู้ใช้งานอย่างเราในปัจจุบันครึ่งนึงของโลกก็มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อยู่แล้วถ้าเรามีอินเทอร์เน็ตดาวเทียมเราอาจจะมีการอัปเกรดอุปกรณ์ใหม่ก็จะเกิดเป้นขยะอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นมาและเมื่อคนอีกครึ่งนึงของโลกสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ก็จะมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มตามขึ้นมาด้วยเกือบสองเท่า

 

ขอบคุณ  เว็บพนัน ufabet  ที่ให้การสนับสนุน

- เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง -

การพัฒนาองค์กรให้เท่าทันต่อยุคสมัย

การพัฒนาองค์กรให้เท่าทันต่อยุคสมัย 

การพัฒนาองค์กรให้เท่าทันต่อยุคสมัย ในยุคที่คอมพิวเตอร์มีส่วนร่วมในการทำงานในปัจจุบัน ยังไงก็ตามในยุคปัจจุบันสำคัญอย่างมากที่ดังๆมีความจำเป็นจะต้องใช้คอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมกับการทำงาน ขอดูแบบในการทำงานม

อ่านต่อ »

ถ้าหากโทรศัพท์มือถือร้อนควรทำอย่างไร

         เชื่อว่าทุกคนย่อมต้องเคยเจอกับปัญหาโทรศัพท์มือถือร้อนกันอย่างแน่นอน  ซึ่งบางคนนั้นก็อาจจะตกอกตกใจว่าโทรศัพท์มือถือร้อนแล้วต้องทำอย่างไรและโทรศัพท์มือถือร้อนบ่อยๆนั้นจะพังหรือไม่วันนี้เรามีคำต

อ่านต่อ »

โครงกระดูกที่ทะเลทรายอาตากามา

มีหลายสิ่งหลายอย่างต่างมากมายที่เกิดขึ้นมาบนโลก และนอกโลกของเราทำเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตปัจจุบันและดาวที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต แน่นอนว่าเรื่องราวต่างๆเหล่านี้เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจและเราควรจะให้ค

อ่านต่อ »

The Hum Rider

สำหรับในประเทศไทยมันมีข้อจำกัดมากมายหลากหลายอย่าง  The Hum Rider โดยเฉพาะเรื่องราวของวัฒนธรรมที่มีความเกี่ยวข้องและมีผลต่อการดำเนินชีวิตของคนไทยเป็นอย่างมาก  การที่เราจะทำอะไรเราก็ต้องคำนึงถึงสิ่งนี้เ

อ่านต่อ »