โทรศัพท์มือถือในปัจจุบัน

รูปแบบการติดต่อสื่อสารกันจนกลายมาเป็นโทรศัพท์มือถือในปัจจุบัน

              เชื่อว่าหลายคนยังคงทันกับระบบการเขียนจดหมายถึงกัน จะติดต่อกันที่หากอยู่ไกลคนละจังหวัดกว่าจะรู้ข่าวสารจากอีกคนหนึ่งต้องรอนานมามากอาจจะเป็นอาทิตย์หรือเป็นเดือนเลยก็ได้ หรือบางทีจดหมายตกหล่นอีกฝั่งไม่ได้รับคนส่งก็เข้าใจผิดว่าเขาไม่ตอบจดหมายทำให้เข้าใจผิดจนบางครั้งคนที่เป็นแฟนกันสามารถเลิกกันได้เลยก็มี  หลังจากนั้นก็มีการพัฒนาจาการติดต่อกันผ่านทางจดทดหมายมาเป็นโทรเลข

แต่โทรเลขก็มีลักษณะคล้ายกับจดหมายเหมือนกันเพียงแต่จะส่งรวดเร็วกว่าหน่อยแต่การส่งก็ต้องเขียนกระชับจะไม่สามารถบรรยายความรักที่มีต่อกันไม่ได้ ซึ่งไม่นานก็เริ่มมีโทรศัพท์ให้ใช้งานแต่เป็นโทรศัพท์สาธารณะ ต้องหยอดเหรียญ ซึ่งหยอดได้ทั้งเหรียญบาท เหรียญห้าบาทหรือแม้แต่เหรียญสิบบาท แต่เมื่อหยอดไปแล้ว เงินเหลือเครื่องไม่มีทอน

จะโทรกันทีก็ต้องเดินหาตู้โทรศัพท์กันนานเลย และที่สำคัญคนต่อรอคิวโทรกันนานมาก แต่นี่ก็ถือว่าทันสมัยมากแล้วในขณะนั้น

ซึ่งนอกจากโทรศัพท์สาธารณะแล้วยังมีโทรศัพท์บ้านให้ใช้ด้วย

จึงทำให้การติดต่อสื่อสารสามารถติดต่อกันได้อย่างรวดเร็วมากขึ้นเพียงแต่ไม่ค่อยได้รับความสะดวกสบายสักเท่าไหร่เพราะต้องมารอต่อคิวกันและหลังจากนั้น ไม่นานก็เริ่มมีการออกผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ในการติดต่อกัน นั่นก็คือเพจเจอร์ ซึ่งการใช้เครื่องสื่อสารตัวนี้ยังต้องใช้ตัวกลางคือโทรศัพท์เพื่อโทรเข้าศูนย์ คอลเซ็นเตอร์ของผู้ให้บริการเพจเจอร์เพื่อพิมพ์ข้อความส่งแทนให้เรา

ซึ่งการใช้บริการนี้ คนที่จะรับข้อความก็ต้องมีตัวเพจเจอร์ไว้กับตัวด้วยเช่นกัน และในเวลาต่อมาจึงมีการพัฒนาให้มีโทรศัพท์มือถือแบบพกพาเองซึ่งแรกๆที่โทรศัพท์ออกมานั้นเป็นแบบเครื่องใหญ่มาก ซึ่งไม่เหมาะกับการพกพาไปไหนๆด้วยที่สำคัญราคาแพงเป็นหลักแสน

ต้องเป็นคนมีเงินเท่านั้นจึงจะมีโทรศัพท์มือถือใช้งานได้ และต่อมาก็เริ่มมีพัฒนาการมือถือให้มีขนาดเล็กลงกว่าเดิมและราคาก็เริ่มลดลงมาเพื่อให้คนทั่วไปสามารถซื้อมาใช้งานได้ และหลังจากนั้นเป็นต้นมาบริษัทที่ผลิตโทรศัพท์มือถือก็มีการพัฒนารูปแบบของมือถือมาเรื่อยๆจากเครื่องใหญ่เป็นเล็ก

จากเครื่องเล็กเปลี่ยนมาเป็นแบบฝาพับ จากฝากพับกลับมาเป็นแบบสไลด์ และจนมาถึงรูปแบบล่าสุด ซึ่งตอนนี้รูปแบบของโทรศัพท์มือถือไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว แต่ที่ยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในก็คือคุณสมบัติของโทรศัพท์มือถือว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง

ซึ่งอย่างที่เรารู้กันดีว่าตอนนี้มือถือเปรียบเหมือนกับคอมพิวเตอร์ขนาดพกพาเลยก็ว่าได้เพราะสามารถทำได้เหมือนกับคอมฯทุกอย่างแล้ว และนี่คือวิวัฒนาการสื่อสารตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย

เล่นคอมพิวเตอร์มากๆเสี่ยงเป็นโรคอะไรได้บ้าง

การเล่นคอมพิวเตอร์มากๆหรือนานๆ สามารถเป็นโรคต่างๆได้เหมือนกัน

หลักการเบื้องต้นคุณทราบหรือเปล่าว่าหากเราเล่นคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆหรือหลายชั่วโมงเราจะมีผลข้างเคียงอะไรได้บ้าง บทความนี้เป็นบทความที่จะเขียนเหตุการณ์การใช้คอมพิวเตอร์มากจนส่งผลให้เรามีอาการอื่นๆขึ้นมาได้ หรืออาการต่างๆที่เราเป็นนั้นมาจากสาเหตุการเล่นคอมพิวเตอร์หรือไม่ งั้นเรามาดูกันเลย

 

การกดทับเส้นบริเวณข้อมือ (Carpel Tunnel Syndrome)

สำหรับใครที่มีอาการปวดร้าวบริเวณดังต่อไปนี้ ข้อมือ ฝ่ามือ และนิ้วมือ หรืออาจจะรู้สึกถึงอาการชาที่มือ ไม่สามารถกำมือให้แน่ได้ หรือสังเกตุได้ว่าเวลาเราหยิบหรือจับอะไรก็จะไม่อยู่สิ่งของเหล่านั้นอาจจะมีการล่วงหล่นได้ค่อนข้างบ่อย ปัญหานี้เกิดขึ้นด้วยการที่เรานั้นมีการจัดเม้าส์ที่ไม่ถูกวิธีหรือมีการเกร็งในเวลาจับเม้าส์มากเกินไป สำหรับการเกร็งข้อมมือนานๆไม่ว่าจะเป็นการจับเม้าส์หรือการกดแป้นคีย์บอร์ดเป็นเวลานานๆจะทำให้ข้อมือของเราเกิดการอักเสบขึ้นได้ 

 

หลักการปฎิบัติเพื่อไม่ให้เกิดการเกร็งข้อมือหรือข้อมืออักเสบนี้ 

สามารถทำได้ด้วยวีธีการปรับเปลี่ยนวิธีการใช้เม้าส์และคีย์บอร์ด ให้อยู่ในท่าสบายไม่เกร็งจนเกินไป หรือขยับท่านั่งและปรับเปลี่ยนท่าจับบ่อยๆให้มือและข้อมือได้มีการเปลี่ยนท่า เพื่อจะได้ไม่เกิดการเกร็งของข้อมือขึ้นได้ หรือท่านอาจจะวางมือให้ขนานไปกับพื้นโต๊ะทำงานของคุณ และไม่ควรงอมือหรือเกร็งข้อมือเวลาใช้เม้าส์หรือแป้นคีย์บอร์ด และสิ่งนี้สำคัญสุดคือไม่ควรใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานมากนัก ควรมีการลุกขึ้นหรือขยับตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการพักมือหรือการเดินเอยืดเส้นยืดสายให้กับตนเอง เพื่อเป็นการผ่อนคลาย ตนเองอีกด้วย

 

ถ้าอาการข้างตนยังไม่ทุเลาหรือไม่หาย ควรปฎิบัติดังนี้

หากคุณเองมีอาการเกร็งที่ข้อมือหรือมือชาและทำการทำการข้างต้นที่แนะนำไปแล้วยังไม่หายหรือไม่มีอาการทุเลาลงสักนิด ท่านควรไปพบเพทย์เฉพาะท่งเป็นการดีที่สุด เพื่อแก้ไขรักษาให้ทันท่วงที หากปล่อยไว้อาจะเป็นโรคอื่นๆได้ หรือไม่ก็อาจจะเป็นโรคอื่นๆที่มีลักษณะคล้ายกับการทำงานคอมพิวเตอร์โดยที่เรไม่รู้ตัว แต่เราคิดว่าเป็นเพราะสาเหตุมาจากการที่เราจับเม้าส์และคีย์บอร์ดมากไปเท่านั้น แต่รักษฃาอาการเบื้องต้นยังไม่หาย ดังนั้นหากรักษาอาการเบื้องต้นไม่หายควรไปพบเฃแพทย์เพื่อตรวจให้แน่ชัดว่าเกิดจากสาเหตุอะไรกันแน่ จะได้รู้จุดที่ชัดเจน เพื่อการรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงที

การเล่นคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็นการทำงานต่างๆหรือการทำการบ้าน การเล่นเกม หรือแม้แต่การสร้างรายได้ เราควรมีขอบเขตในการเล่น ไม่ควรนั่งแช่กับคอมพิวเตอร์นานจนเกินไป ควรลุกหรือทำกิจกรรมอย่างอื่นประกอบ เพื่อจะได้ไม่เสี่ยงที่จะเป็นออฟฟิศซินโดรมได้ง่ายๆ