โปรแกรมป้องกันไวรัส

แนะนำโปรแกรมป้องกันไวรัสในคอมพิวเตอร์

ไวรัสก็เหมือนกับโรคระบาดที่เกิดขึ้นในร่างมนุษย์นั้นแหละ แต่ไวรัสที่จะพูดถึงในบทความนี้คือ ไวรัสที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ บางทีคุณอาจจะไม่รู้ตัวหรอกว่าอยู่ดีๆมันเข้ามาอยู่ในคอมพิวเตอร์ของคุณได้อย่างไร แต่ถ้าหากสังเกตดีๆไวรัสที่อยู่ในโรคไซเมอร์นี้มักจะติดมาพร้อมกับการดาวน์โหลดอะไรสักอย่าง เช่น โปรแกรมเถื่อน

โปรแกรมฟรี เกม และอื่นๆอีกมากมาย ที่ตัวไวรัสมันจะมาพร้อมกับสิ่งเหล่านี้ เพราะฉะนั้นคอมพิวเตอร์ของคุณจะต้องมีโปรแกรมที่จะช่วยในการกำจัดไวรัสเหล่านี้ออกจากคอมพิวเตอร์ แต่จะมีโปรแกรมป้องกันไวรัสอะไรบ้างนั้นมีดังนี้

1.Avira สามารถรองรับได้ทั้งระบบปฏิบัติการ Windows / Mac หลายคนมักจะเรียกโปรแกรมตัวนี้ว่า โปรแกรมร่มแดง ซึ่งโปรแกรมนี้เป็นยอดนิยมมาก โปรแกรมใช้ง่าย สามารถป้องกันไวรัสในคอมพิวเตอร์คุณได้ 99% ในเวอร์ชั่นที่ต้องชำระเงิน ในส่วนของโปรแกรมฟรีนั้นก็คงจะมีประสิทธิภาพที่ไม่แตกต่างกันมาก

2.Bitdefender สามารถรองรับได้ทั้งระบบปฏิบัติการ Windows / Mac เป็นโปรแกรมที่มีการทดลองในป้องกันไวรัสในคอมพิวได้สูงถึง 99% และยังช่วยในเรื่องการตรวจจับของมัลแวร์ และ ตรวจฟิชชิ่ง หรือ สิ่งล่อหลอกลวงพราง ได้ด้วยนั้นเอง

3.Avast สามารถรองรับได้ทั้งระบบปฏิบัติการ Windows / Mac มีผลการทดสอบในการป้องกันไวรัสอยู่ที่ 98.9% ซึ่งจะมีประสิทธิภาพต่ำว่าสองตัวแรกที่ได้ทำการแนะนำ แต่ก็ยังถือว่าเป็นค่าเฉลี่ยจากการทดสอบที่ยังคงสูงอยู่ จุดเด่นของโปรแกรมนี้คือ การใช้ทรัพยากรเครื่องในการทำงานต่ำมาก ซึ่งเราจะใช้งานคอมพิวเตอร์ได้อย่างปกติ ไม่ได้มีความรู้สึกช้าลงเลย

4.AVG สามารถรองรับได้ทั้งระบบปฏิบัติการ Windows / Mac ทำการทดสอบในการป้องกันไวรัสได้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 98.9% และมีการใช้ทรัพยากรเครื่องคอมพิวเตอร์ในการทำงานต่ำ แต่ในโปรแกรมนี้จะมีเครื่องมือที่ไม่ค่อยจำเป็นสักเท่าไหร่ แต่ยังถือว่าเป็นโปรแกรมป้องกันไวรัสได้ดีเยี่ยมอีกหนึ่งโปรแกรม

5.Lavasoft Ad-Aware รองรับได้แค่ระบบปฏิบัติการ Windows เท่านั้น ซึ่งโปรแกรมได้ผ่านการทดสอบป้องกันไวรัสได้คะแนนสูงถึง 99.3% เราสามาระมั่นใจได้มากขึ้นในการช่วยป้องกันไวรัสในคอมพิวเตอร์ แต่การทรัพยากรเครื่องของโปรแกรมนี้สูงมากกว่าโปรแกรมอื่น อาจจะทำให้รู้ว่าสึกว่าการทำงานของคอมพิวเตอร์ช้าลง แต่ก็ยังถือว่าเป็นโปรแกรมที่น่าใช้งานได้ดีเลยทีเดียวสำหรับผู้ที่ใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows

6.eScan Antivirus Toolkit รองรับได้แค่ระบบปฏิบัติการ Windows เท่านั้น ตัวนี้จะแตกต่างจากโปรแกรมตัวอื่นๆ คือการที่เราสามารถใช้งานโปรแกรมได้เลยโดยที่ไม่ต้องทำการติดตั้งใดๆทั้งสิ้น เพียงแค่ดาวน์โหลดมาแล้วใช้งานได้ทันที สามารถเซฟเก็บไว้ในแฟลชไดร์ฟได้อีกด้วย และยังสามารถใช้งานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีโปรแกรมแอนตี้ไวรัสตัวอื่นติดตั้งงงเอาไว้ก่อนร่วมกันได้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย เว็บบาคาร่าฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

ความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

สิ่งที่ทำให้คอมพิวเตอร์ของเราเสียเร็วมีอะไรบ้าง

  การใช้งานอุปกรณ์ทุกชนิดย่อมมีการเกิดความเสียตามกาลเวลา ตามอายุการใช้งานของอุปกรณ์นั้นๆ แต่ก็มีปัจจัยอย่างอื่นเพิ่มขึ้นมาทำให้อุปกรณ์ต่างๆของเราเสียได้เร็วขึ้นเช่นกัน อย่างเช่นคอมพิวเตอร์ เรามั่นใจดีแล้วว่าการใช้งานของเราใช้งานตามขั้นตอนที่ถูกต้องทุกอย่างแต่ก็ยังมีปัญหาที่มักพบกันบ่อยที่ทำให้คอมพิวเตอร์เสียเร็วต้องนำไปซ่อม

เรามาดูกันว่าอะไรที่เป็นปัจจัยที่ทำให้คอมฯของเรามีอายุการใช้งานได้น้อยลง

  1. ความร้อน สำหรับอุปสรรคของคอมพิวเตอร์ที่เป็นอุปสรรคอย่างมากนั่นก็คือความร้อนซึ่งเป็นความร้อนที่เกิดจากภายในตัวอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เอง เพราะคอมฯเป็นอุปกรณ์ที่มีการใช้พลังงานมาจากกระแสไฟฟ้าทำให้ก่อให้เกิดความร้อนภายในได้ง่ายและความร้อนจากภายนอกเองก็เป็นอุปสรรคเช่นกัน ดังนั้น หากสถานที่ที่เราวางคอมพิวเตอร์ไว้ใช้งานมีอากาศที่ร้อนเกินไป รวมถึงการใช้คอมพิวเตอร์มากเกินไปจนคอมฯไม่ได้หยุดพักผ่อนบ้างจะส่งผลให้คอมพิวเตอร์เสียหายได้เร็วขึ้น อายุการใช้งานจะสั้นลง
  2. ปัญหาเรื่องฝุ่นละออง ก็มีความสำคัญเป็นอย่างมาก หากเราไม่หมั่นทำความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆของคอมพิวเตอร์แล้วละก็ ฝุ่นผงเล็กๆเหล่านั้นจะสร้างความเสียหายให้เราอย่างใหญ่หลวงได้เช่นกัน เพราะหากฝุ่นผงมีปริมาณการสะสมไว้นานๆ จะทำให้ฝุ่นจับตัวกันอย่างหนาแน่น ซึ่งจะไปบดบังการระบายอากาศของเครื่องคอมฯ ทำให้คอมฯระบายอากาศได้ไม่ดีเท่าที่ควรแล้วทำให้คอมฯร้อนเร็วขึ้น ทำให้สร้างความเสียหายกับคอมพิวเตอร์ได้อย่างมาก อย่างเช่นหากฝุ่นติดอยู่ที่พื้นเม้าส์ด้านล่างในปริมาณที่มากจนเกินไป จะทำให้เราใช้งานเม้าส์ไม่ได้ เราจึงจำเป็นต้องทำความสะอาดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของเราทุกชิ้นอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้คอมพิวเตอร์ของเรามีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น 
  3. ปัญหาทีเกิดมาจากน้ำ  คนส่วนใหญ่เวลาทำงานมักจะนำน้ำดื่มมาวางใกล้ ซึ่งคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานจากไฟฟ้าดังนั้นหากมีน้ำไหลมาถูกคอมฯจะมีผลให้คอมฯเสียหายได้
  4.  โปรแกรมต่างๆที่เรามีการดาวน์โหลดเพิ่มเพื่อการใช้งาน ควรมีการตรวจสอบให้ดีก่อนที่จะดาวน์โหลดเพราะโปรแกรมบางตัวจะมีไวรัสแฝงตัวอยู่หากเราดาวน์โหลดมาจัดเก็บไว้ที่คอมพิวเตอร์ของเรา เท่ากับว่าเรานำเชื้อโรคเข้ามาฝังตัวในคอมพิวเตอร์ของเราด้วย ซึ่งจะส่งผลให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้ช้าลง หรือมีผลให้คอมพิวเตอร์พังเสียจากจากระบบภายในได้

จะเห็นได้ว่ามีปัจจัยหลายอย่างที่มีผลก่อให้เกิดความเสียหายโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจสร้างความเสียหายขึ้นมา ดังนั้นเราจึงควรระมัดระวังการใช้งานคอมฯและควรทำความสะอาดคอมฯบ่อยๆเพื่อให้คอมฯของเราใช้งานได้นานขึ้น

 

สนับสนุนข้อมูลจาก Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

การใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานเกินไป

โรคที่เกิดจากการใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานเกินไป

                 คุณเคยรู้สึกบ้างไหมว่าเวลาที่เราต้องทำงานหน้าคอมฯเป็นเวลานานๆ เราจะรู้สึกเพลีย  อ่อนล้าทั้งที่ดวงตาและตามมือตามแขนตามขา ซึ่งบ้างครั้งลามปวดเมื่อยเนื้อตัวไปที่หลังจนถึงก้น นั่นเป็นเพราะว่าเราใช้เวลาอยู่ที่หน้าคอมฯนานเกินไปโดยที่เราไม่ได้ลุกไปทำกิจกรรมอย่างอื่นบ้างเลยซึ่งคนที่มักพบปัญหาการปวดเมื่อยแบบนี้หากยังทนฝืนทำงานหน้าคอมฯต่อไปโดยที่ไม่พัก

หรือไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือมีการจัดระเบียนการใช้งานคอมฯใหม่จะส่งผลกระทบกับการเจ็บไข้ได้ป่วยกับร่างกายของเราเองได้ในระยะยาว ซึ่งวันนี้เราจะมีพูดถึงเรื่องผลกระทบกับร่างกายเมื่อต้องอยู่กับคอมฯมากเกินไปมากฝากกันค่ะ

อาการแรกสำหรับคนที่นั่งจ้องคอมพิวเตอร์นานๆ

ที่เราจะรู้ได้เลยก็คือ อาการปวดสายตา เพราะการที่เราต้องใช้สายตาเพ่งมองอะไรนานๆ แน่นอนอยู่แล้วว่าจะต้องพบปัญหาเกี่ยวกับการปวดตาอยู่แล้ว และยิ่งเป็นการจ้องหน้าคอมพิวเตอร์ที่มีแสงจากคอมฯสะท้อนเข้าดวงตาของเราตลอดระยะเวลาที่อยู่หน้าคอมฯจะทำให้เราต้องใช้งานดวงตาหนักมาก ซึ่งวิธีการที่จะดูแลถนอมสายตาเบื้องต้นนั้น สามารถทำได้ด้วยการพักสายตาทุกๆ ชั่วโมง โดยทิ้งช่วงสัก 10 นาทีแล้วค่อยกลับมาใช้งานคอมฯใหม่ จะช่วยให้ปวดตาน้อยลง ซึ่งการที่เราใช้สายตาเพ่งหน้าจอคอมฯเป็นเวลานานๆจะส่งผลให้ในอนาคตเราอาจจะเป็นโรคเกี่ยวกับสายตา เช่น โรคสายตาสั้นหรือ โรคต้อกระจกตาก็เป็นได้

ส่วนปัญหาที่จะตามมาอีกเรื่องคือ

การที่เราจะมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลในการพิมพ์งานบนแป้นพิมพ์หน้าคอมฯ ซึ่งมีการสำรวจมาแล้วว่า คนที่ใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ มักจะพบปัญหาเกี่ยวกับเส้นประสาทข้อมือถูกกดทับทำให้เกิดอาการอักเสบขึ้นหรือบางครั้งพบปัญหามีพังผืดขึ้น  ซึ่งการแก้ไขปัญหานี้นั้นเราควรมีการหยุดพักการใช้งานข้อมือบ้าง ชั่วโมงละ 10 นาทีและควรมีการจัดที่นั่งให้เราสามารถนั่งในท่าที่สบายไม่เกร็งมากเวลาที่ต้องนั่งพิมพ์งาน โดยตามหลักแล้วให้เราคำนวณจากที่เราวางมือบนแป้นพิมพ์โดยที่เราสามารถทำมุมของข้อศอกเราได้ที่ 90-100 องศาซึ่งมุมนี้จะมีผลทำให้เราเมื่อยน้อยลงด้วย

การที่เรานั่งทำงานหน้าคอมฯเป็นเวลานานๆ

เรามักจะพบปัญหาการปวดก้นและปวดหลัง และที่สำคัญเราจะปวดหัวไหล่เป็นอย่างมาก เพราะในเวลาที่เรานั่งพิมพ์งานนั้น เรามักจะเกร็งข้อมือโดยที่เราไม่ทันรู้ตัวและอาการเกร็งจะมีผลต่อเส้นประสาทแขนไปยังคอ รวมถึงการที่เรานั่งเป็นเวลานานๆ จะทำให้เรารู้สึกปวดเมื่อยเนื้อตัวอีกด้วย เราจึงควรมีการลุกขึ้นเพื่อยืดเส้นสายเสียบ้างหากปล่อยไว้นานเกินไปอาจจะกลายเป็นโรค ออฟฟิตซินโดมได้

 

สนับสนุนเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องดีๆเหล่านี้โดย ทดลองเล่น gclub

เรื่อง Avidemux

ความแตกต่างของสมัยโบราณและปัจจุบัน

ถ้าพูดถึงในสมัยนี้นั้นมีความแตกต่างและเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก เพราะในสมัยก่อนนั้นการที่จะได้ดูหนังหรือวิดีโออะไรสักอย่างนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากมาก แต่ในสมัยนี้นั้นเทคโนโลยีได้ก้าวหน้าไปไกลมากแล้วและคงจะไม่มีอะไรสามารถที่จะหยุดพวกมันได้ แน่นอนว่าหนังหรือคลิปวิดีโอต่างๆ ที่เราได้เห็นตามโลกออกไลน์ทั่วไปนั้นล้วน แล้วแต่จะต้องผ่านการตัดต่อมาเป็นอย่างดี ก่อนที่จะปล่อยออกมาให้เราได้ดูกัน

ในสมัยนี้สิ่งที่เราทุกคนไม่สามารถที่จะขาดได้เลยนั้นก็คือโทรศัพท์มือถือ เพราะไม่ว่าเราจะเดินทางไปที่ไหนจะใกล้หรือจะไกลก็ต้องนำติดตัวไปด้วย เพราะมือถือนั้นสามารถทำได้หลายอย่างทั้งเล่นเกม ดูหนัง หรือแม้แต่ฟังเพลง แล้วเพลงและก็หนังที่มีการปล่อยออกมาให้เราได้ดูกันตามโลกออนไลน์ทั่วไปนั้น

จะต้องมีการผ่านกระบวนการมามากมายพอสมควรกว่าที่จะเป็นวิดีโอ หรือMVเพลง ที่เราเห็นกันตาม You Tube หรือแม้แต่แอปออนไลน์ต่างๆ วิดีโอแต่ละวิดีโอนั้นต้องผ่านการถ่ายทำ และหลังจากที่ถ่ายทำเสร็จแล้วก็ต้องนำวิดีโอไปตัดต่อกันก่อน

ถ้าพูดถึงเรื่องตัดต่อวิดีโอนั้นก็มีโปรแกรมมากมาย ในเราได้เลือกใช้แล้วแต่ความถนัดและความอย่างง่ายของโปรแกรม สำหรับโปรแกรมหนึ่งที่สามารถใช้ตัดต่อวิดีโอได้โดยที่ไม่ต้องเป็นมืออาชีพ   

ก็สามารถทำได้มีอยู่หนึ่งโปรแกรมที่เราอยากนำเสนอ นั้นก็คือโปรแกรมที่มีชื่อว่า “Avidemux” นั้นเอง สำหรับโปรแกรมนี้นั้นเป็นโปรแกรมที่ใครๆ ก็สามารถที่จะใช้ได้ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนนักศึกษาที่ในปัจจุบันนี้   คุณครูชอบสั่งงานที่เกี่ยวกับวิดีโอ เพราะโปรแกรมนี้สามารถดาวน์โหลดมาใช้ได้ฟรี และยังเป็นที่นิยมที่คนทั่วไปมักจะนำมาใช้ในการตัดต่ออีกด้วย

โปรแกรมนี้นั้นยังสามารถที่จะรองรับไฟต์ได้  หลากหลายประเภทเป็นอย่างมาก โปรแกรมนี้สามารถทำทุกอย่างได้ตามที่เราต้องการ ถึงแม้เราจะไม่ใช่มือโปรในการตัดต่อแต่เราก็ใช้โปรแกรมนี้ได้โดยไม่ยุ่งยากเลย

สำหรับใครก็ตามที่กำลังคิดที่จะลองทำคลิปลงYou Tube 

ดูเพื่อหารายได้ในด้านนี้ดู แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มตัดต่อวิดีโอยังไงดี แต่ในตอนนี้คุณไม่ต้องคิดมากแล้วเพราะมีโปรแกรมที่มีชื่อว่า“Avidemux” ที่จะเป็น ตัวช่วยของคุณได้อย่างดี แถมในการดาวน์โหลดคุณก็ยังไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแม้แต่นิดเดียว เพราะโปรแกรมนี้สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี แถมวิธีการใช้งานก็ง่ายมากๆ โดยที่คุณไม่ต้องกังวนเลยว่าคุณจะทำได้ไหมเพราะมันไม่มีอะไรที่ยากไปกว่าความพยายามของคุณแน่นอน

 

ขอบคุณเรื่องราวโดย รู้ทันบาคาร่า

โทรศัพท์มือถือในปัจจุบัน

รูปแบบการติดต่อสื่อสารกันจนกลายมาเป็นโทรศัพท์มือถือในปัจจุบัน

              เชื่อว่าหลายคนยังคงทันกับระบบการเขียนจดหมายถึงกัน จะติดต่อกันที่หากอยู่ไกลคนละจังหวัดกว่าจะรู้ข่าวสารจากอีกคนหนึ่งต้องรอนานมามากอาจจะเป็นอาทิตย์หรือเป็นเดือนเลยก็ได้ หรือบางทีจดหมายตกหล่นอีกฝั่งไม่ได้รับคนส่งก็เข้าใจผิดว่าเขาไม่ตอบจดหมายทำให้เข้าใจผิดจนบางครั้งคนที่เป็นแฟนกันสามารถเลิกกันได้เลยก็มี  หลังจากนั้นก็มีการพัฒนาจาการติดต่อกันผ่านทางจดทดหมายมาเป็นโทรเลข

แต่โทรเลขก็มีลักษณะคล้ายกับจดหมายเหมือนกันเพียงแต่จะส่งรวดเร็วกว่าหน่อยแต่การส่งก็ต้องเขียนกระชับจะไม่สามารถบรรยายความรักที่มีต่อกันไม่ได้ ซึ่งไม่นานก็เริ่มมีโทรศัพท์ให้ใช้งานแต่เป็นโทรศัพท์สาธารณะ ต้องหยอดเหรียญ ซึ่งหยอดได้ทั้งเหรียญบาท เหรียญห้าบาทหรือแม้แต่เหรียญสิบบาท แต่เมื่อหยอดไปแล้ว เงินเหลือเครื่องไม่มีทอน

จะโทรกันทีก็ต้องเดินหาตู้โทรศัพท์กันนานเลย และที่สำคัญคนต่อรอคิวโทรกันนานมาก แต่นี่ก็ถือว่าทันสมัยมากแล้วในขณะนั้น

ซึ่งนอกจากโทรศัพท์สาธารณะแล้วยังมีโทรศัพท์บ้านให้ใช้ด้วย

จึงทำให้การติดต่อสื่อสารสามารถติดต่อกันได้อย่างรวดเร็วมากขึ้นเพียงแต่ไม่ค่อยได้รับความสะดวกสบายสักเท่าไหร่เพราะต้องมารอต่อคิวกันและหลังจากนั้น ไม่นานก็เริ่มมีการออกผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ในการติดต่อกัน นั่นก็คือเพจเจอร์ ซึ่งการใช้เครื่องสื่อสารตัวนี้ยังต้องใช้ตัวกลางคือโทรศัพท์เพื่อโทรเข้าศูนย์ คอลเซ็นเตอร์ของผู้ให้บริการเพจเจอร์เพื่อพิมพ์ข้อความส่งแทนให้เรา

ซึ่งการใช้บริการนี้ คนที่จะรับข้อความก็ต้องมีตัวเพจเจอร์ไว้กับตัวด้วยเช่นกัน และในเวลาต่อมาจึงมีการพัฒนาให้มีโทรศัพท์มือถือแบบพกพาเองซึ่งแรกๆที่โทรศัพท์ออกมานั้นเป็นแบบเครื่องใหญ่มาก ซึ่งไม่เหมาะกับการพกพาไปไหนๆด้วยที่สำคัญราคาแพงเป็นหลักแสน

ต้องเป็นคนมีเงินเท่านั้นจึงจะมีโทรศัพท์มือถือใช้งานได้ และต่อมาก็เริ่มมีพัฒนาการมือถือให้มีขนาดเล็กลงกว่าเดิมและราคาก็เริ่มลดลงมาเพื่อให้คนทั่วไปสามารถซื้อมาใช้งานได้ และหลังจากนั้นเป็นต้นมาบริษัทที่ผลิตโทรศัพท์มือถือก็มีการพัฒนารูปแบบของมือถือมาเรื่อยๆจากเครื่องใหญ่เป็นเล็ก

จากเครื่องเล็กเปลี่ยนมาเป็นแบบฝาพับ จากฝากพับกลับมาเป็นแบบสไลด์ และจนมาถึงรูปแบบล่าสุด ซึ่งตอนนี้รูปแบบของโทรศัพท์มือถือไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว แต่ที่ยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในก็คือคุณสมบัติของโทรศัพท์มือถือว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง

ซึ่งอย่างที่เรารู้กันดีว่าตอนนี้มือถือเปรียบเหมือนกับคอมพิวเตอร์ขนาดพกพาเลยก็ว่าได้เพราะสามารถทำได้เหมือนกับคอมฯทุกอย่างแล้ว และนี่คือวิวัฒนาการสื่อสารตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย

ทำอย่างไรดีหากเด็กติดมือถือ

มีข้อดีหรือข้อเสียหรือไม่หากลูกเราติดโทรศัพท์มือถือ

           หากจะพูดถึงความจำเป็นต้องใช้งานโทรศัพท์มือถือ ในเด็กนั้นความจำเป็นแทบจะมีน้อยมาก เหตุผลเดียวที่เด็กควรมีโทรศัพท์มือถือ ติดตัวก็คือ ต้องการให้เขาเอาไว้ติดต่อกับพ่อแม่ หรือผู้ปกครองยามเมื่อมีเหตุจำเป็นจริงๆ ส่วนข้อดีอื่นๆนั้นแทบหาไม่ได้เลย ส่วนใหญ่จะพบกับข้อเสียหากเรายังปล่อยให้ลูกของเราใช้งานโทรศัพท์มือถือ ทั้งที่อายุยังน้อย

ยังไม่สมควรมีโทรศัพท์มือถือใช้งาน เราจึงมาควรทราบกันว่าข้อเสียของการปล่อยให้ลูกมีโทรศัพท์มือถือ นั้นมีอะไรบ้าง 

  1. ทำให้ลูกน้อยของเรานอนหลับไม่เพียงพอ เหตุผลนั่นก็เพราะเวลาที่เด็กๆมีโทรศัพท์มือถือเป็นของตัวเอง พวกเขามักจะมีกิจกรรมที่จะต้องทำกับโทรศัพท์มือถือเสมอ ทั้งเล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง ใช้โทรคุยกับเพื่อนเพื่อน ซึ่งกิจกรรมต่างๆเหล่านี้เป็นสาเหตุหลักที่เด็กๆมักจะไม่ยอมนอน หรือบางคนก็กว่าจะยอมนอนหลับก็ดึกมากแล้ว ส่งผลให้ตอนเช้าไม่อยากตื่นนอน หรือตื่นนอนสาย บางครั้งไปโรงเรียนไม่ทันเข้าแถวอีกด้วย
  2. เมื่อเด็กๆนอนดึกก็จะส่งผลให้เกิดผลการเรียนที่ตกต่ำตามมาเพราะ การไปโรงเรียนสาย บางครั้งไปหลับในคาบชั้นเรียนทำให้เรียนตามเพื่อนเพื่อนไม่ทัน เวลาที่ครูสอนก็มัวแต่แอบหลับทำให้ไม่รู้ว่าครูสอนเรื่องอะไร
  3. สมรรถภาพร่างกายเสื่อมโทรม เพราะการนอนดึกต่อให้เป็นผู้ใหญ่ก็ตาม ร่างการมักจะทรุดโทรมเร็ว ผิวจะกร้าน เหี่ยว หน้าตาจะไม่สดใสเพราะจะง่วงนอนอยู่ตลอดเวลา
  4. คุณภาพค่าสายตาแย่ลง นั่นก็คือเด็กที่ติดโทรศัพท์มือถือ มักจะสายตาสั้นเพราะต้องจ้องโทรศัพท์มือถือ ที่มีตัวหนังสือขนาดเล็กเป็นเวลานาน รวมถึงหากเล่นโทรศัพท์มือถือในสถานที่ที่มีแสดงสงว่างไม่เพียงพอก็มีผลต่อสายตาด้วยเช่นกัน
  5. สำหรับเด็กที่ติดเล่นโทรศัพท์มือถือ เรามักจะเห็นว่าพัฒนาการด้านการเรียนรู้ทุกอย่างของเด็กจะช้ามาก เพราะพวกเขาไมได้หัดฝึกใช้สมองในการคิดหรือทำอะไร นอกจากเอาไว้เล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง เล่น Youtube ดังนั้น จึงทำให้สมองฝ่อ ทำให้เด็กที่ติดโทรศัพท์มือถือส่วนใหญ่ไม่ฉลาดเหมือนเด็กทั่วๆไป
  6. เด็กที่ติดโทรศัพท์มือถือ มักจะไม่ค่อยสื่อสารกับคนในครอบครัวหรือแม้แต่คนอื่น เพราะจะมัวแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นแต่โทรศัพท์มือถือ จะไม่สนใจว่าคนอื่นทำอะไรที่ไหนอย่างไร จึงทำให้เด็กกลุ่มนี้มีเพื่อนน้อย เพราะจะคบกันเองเฉพาะในเด็กที่เล่นเกมผ่านโทรศัพท์มือถือ เท่านั้น พวกเขาจะไม่มีสังคมภายนอก และหากพาออกมาให้ลองใช้ชีวิตกับคนนอกสังคมมือถือของเรา เขาจะไม่สามารถเข้ากับคนอื่นได้เลย
  7. เด็กที่ติดโทรศัพท์มือถือ มักจะเป็นคนขี้หงุดหงิด อารมณ์ร้อน และไม่ค่อยสนใจใคร

จะเห็นได้ว่าการที่เด็กติดโทรศัพท์มือถือ แทบไม่มีข้อดีให้เห็นเลยดังนั้นผู้ปกครองที่รักลูกควรให้ลูกห่างไกลจากมือถืออย่าเพิ่งให้เขาเล่นก่อนถึงวัยอันควร 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย ทดลองเล่นบาคาร่าฟรี