คอมพิวเตอร์ -ทำเว็บไซต์ติดอันดับด้วย SEO 

มาทำความรู้จักกับงานด้าน SEO กันดีกว่า Seo ย่อมาจาก search engine optimize หรือเป็นการปรับจูนให้กระบวนการค้นหาข้อมูลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด 

วิธีการที่จะปรับปรุงเว็บให้อยู่หน้าแรก ต้องทำให้เว็บมีความน่าสนใจ และการนำบทความเข้าสู่เว็บก็เป็นเรื่องสำคัญ และควรเป็นบทความที่สดใหม่ ไม่เคยเผยแพร่ที่ไหนมาก่อน 

รายงานการวิเคราะห์สินค้า นอกจากสินค้าที่ได้คุณภาพและมาตรฐานแล้ว

ยังต้องโฆษณาหรือรู้จักที่จะ present สินค้า, present องค์กร และที่สำคัญเลยเวลาทำเว็บไซต์ต้องมี customer reference หมายความว่าลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในเว็บไซต์ของท่าน 

หากว่าเป็นบริษัทใหญ่ๆ ที่มีคุณภาพ หรือมีจำนวนบริษัทเข้ามาเป็นลูกค้ามาก หมายความว่าองค์กรมีความน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ยังต้องมีช่องทางติดต่อสื่อสารที่ชัดเจนไม่ว่าจะทางโทรศัพท์, อีเมล์แอดเดรส หรือโปรแกรมด้านโซเชียลต่างๆ เช่น line, whatsapp, facebook, messenger 

โดยข้อพิจารณาคือ เนื้อหาของเว็บดึงดูดใจลูกค้าหรือไม่,เว็บไซต์เป็นมิตรต่อผู้ใช้หรือไม่, หน้าเพจมีผู้เข้าเยี่ยมชมบ่อยแค่ไหน เพราะอะไร, การเปลี่ยนแปลงด้าน SEO on page มีผลลัพธ์ให้อันดับเพิ่มสูงขึ้นหรือไม่

สไตล์ของคำค้นหา หรือ keyword คุณต้องการให้เป็นแบบใดและในอนาคตต้องการเป็นแบบใด ?

เทคนิคการสร้างคำคีย์เวิร์ดใกล้เคียง เช่น ผู้ท่องเว็บต้องการค้นหาว่า  ‘SEO consultant’ เว็บไซต์เราอาจจะแปะคำคีย์เวิร์ด ‘SEO expert’, ‘SEO services’, ‘SEO company‘ เข้าไปด้านหลัง ที่มีความหมายไม่ต่างกันมากนัก เพื่อเว็บไซต์จะมีโอกาสที่ผู้คนเข้ามาค้นหาบ้าง

การนำเสนอสินค้าของบริษัทผ่านช่องทาง youtube ก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่าหากเรานำเสนอข้อมูลที่มีแต่ตัวหนังสืออาจจะไม่น่าดูเท่าไหร่นัก 

หันมาใส่ใจเรื่องการทำเว็บไซต์ให้แสดงผลบนโทรศัพท์ให้มาก เพราะต้องยอมรับว่าปัจจุบัน โทรศัพท์เข้ามามีบทบาทในการอ่านข่าวสารหรือการเปิดอินเตอร์เน็ตของประชาชนทั่วไปกันแล้ว

ทำให้เว็บไซต์ของท่านโหลดข้อมูลได้เร็วขึ้น หากเว็บไซต์มีรูปภาพขนาดใหญ่และรูปมากเกินไป อาจทำให้เว็บไซต์โหลดข้อมูลได้ช้า ก็ควรจะให้ web developer มีงานแก้ไขปรับปรุงให้เว็บทำงานได้รวดเร็วทันใจ

ในหลายเว็บไซต์อาจมีการฝั่งคุกกี้เพิ่มไว้เก็บสถิติการเข้าชมเว็บไซต์ของคนทั่วไป ว่าผู้คนส่วนมากเข้าไปที่เมนูไหนของเว็บไซต์มากที่สุด content ด้านไหนที่เป็นที่สนใจ และ content ไหนที่ผู้คนส่วนมากไม่ชอบดู เป็นต้น

การนำ SEO มาประยุกต์ใช้ในงานด้านเว็บก็เพื่อผลประโยชน์ด้านธุรกิจ เพื่อให้ธุรกิจมีโอกาสจะขายของได้มาก เช่นตั้งคำค้นหาว่า  นาฬิกาข้อมือ smart watch หากว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทขึ้นอยู่หน้าแรกของ google ย่อมทำให้โอกาสที่ท่านจะขายสินค้าได้ก็มีมาก

หากมีการปรับแต่งให้เว็บไซต์อยู่หน้าแรกแล้วไซร้ โอกาสที่คนจะเข้าเว็บก็มีมาก เมื่อคนเข้าเว็บมากโอกาสขายได้ก็มีมากและนำมาซึ่งรายได้อันมหาศาลจากทั่วทุกมุมโลก

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย ole777

คอมพิวเตอร์- SQL ภาษาที่สำคัญใน database

Structure query language หรือ ภาษา SQL เป็นภาษาที่ใช้ในการสืบค้นข้อมูลจากฐานข้อมูล (database) ซึ่งภาษานี้มีโครงสร้างคือ select * from <<table_name>> where ……;

Select หมายถึงส่วนที่จะให้แสดงฟิลด์ของ table หากเป็น * คือแสดงทุกฟิลด์ใน table

Where clause คือส่วนของเงื่อนไข ว่าต้องการ filter (กรอง) เงื่อนไขใด เช่น where language = ‘THAI’

SQL เป็นภาษาที่ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ได้รับรู้และส่งข้อมูลติดต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ (ในที่นี้อาจจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ตัวเอง-local หรือเป็นเครื่องแม่ข่าย- server) และผู้ใช้ 

ภาษา SQL นี้เริ่มมีใช้กันทั่วโลกตั้งแต่ปี 1986 โดยเป็นการใช้งานกับการจัดการด้านฐานข้อมูลแบบสัมพันธ์กัน หรือ relational database management system 

ซึ่งภาษานี้แบบ basic ที่สุดก็คือการ query data (สืบค้นข้อมูล) ที่ต้องการออกมาโดยใช้คำสั่งเพียง 1 คำสั่ง อาจจะได้ข้อมูลออกมาหลายเรคอร์ดก็ได้ ซึ่งประการต่อมาหากว่าข้อมูลมีขนาดใหญ่อาจนำไปสู่การ tuning data ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

แรกเริ่มเดิมทีม SQL ใช้ในการศึกษาด้าน พีชคณิตและแคลคูลัส และจริงๆ แล้ว SQL แบ่งแยกออกมาได้หลายประเภทคือ ภาษาด้านการคิวรี่ข้อมูล data query language (DQL), ภาษาด้านการกำหนดนิยามของข้อมูล data definition language (DDL), ภาษาด้านการควบคุม transaction ของข้อมูล data control language (DCL), และภาษาด้านการจัดการข้อมูล data manipulation language (DML) 

ดังนั้นเราอาจกล่าวได้ว่า SQL แบ่งแยกออกเป็นภาษาที่ใช้ในการสืบค้นข้อมูล (select), ภาษาที่ใช้จัดการข้อมูล (insert, update และ delete), ภาษาที่ใช้กำหนดนิยามข้อมูล data definition (create, alter), ภาษาที่ใช้ควบคุมข้อมูล (commit, rollback)

จริงๆแล้ว SQL มีบทบาทด้านธุรกิจและมีการคิดค้นขึ้นมาตั้งแต่ปี 1970 โดย Edgar F. Codd 

SQL ถูกทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกันเรียกว่า American National Standards Institute (ANSI) ในปี 1986 หมายความว่าไม่ว่าจะใช้งานผ่าน database ไหนก็ต้องมี syntax มาตรฐานที่เหมือนกัน 

ภาษา SQL อาจมีชื่อเรียกที่ต่างกันตาม แหล่งของ database แต่ให้เข้าใจว่าจริงๆ แล้วมันก็คือ structure query language เช่นเดียวกันหมด เช่นใน database oracle  เรียกว่า PL/SQL, database Microsoft, Sybase เรียกว่า transact SQL เป็นต้น 

การใช้งานจะต้องใช้งานผ่านโปรแกรม ซึ่งโปรแกรมก็มีหลากหลา ทั้ง dbeaver, pl/SQL developer, oracle SQL developer เป็นต้น

ซึ่งในศาสตร์ด้านคอมพิวเตอร์แล้วนอกจากการเขียนเว็บไซต์ การเขียนโปรแกรมภาษา SQL ก็มีความสำคัญไม่น้อย เพราะว่าเป็นส่วนเมนหลักที่ใช้เชื่อมต่อกับข้อมูลของเครื่องแม่ข่ายโดยตรง ไม่ว่าเว็บไซต์จะสวยงามแค่ไหน แต่การใช้ภาษา SQL หากใช้งานอย่างไม่มีประสิทธิภาพและไม่รู้จักวิธีใช้งานมัน ก็เปล่าประโยชน์

ซึ่งทำให้เกิดอาชีพที่เกี่ยวข้องกับงานด้าน SQL หลายบทบาทเช่น PL/SQL developer, SQL developer หรือแม้กระทั่ง database administrator ก็ต้องเขียนภาษา SQL เป็นเช่นกัน 

อนึ่งผลลัพธ์จากการสืบค้นข้อมูล อาจ export ออกมาในรูปแบบของ text file, json file, excel file ก็ได้ ตามที่ผู้ใช้ต้องการ 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย จุดอ่อนบาคาร่า

ความรู้พื้นฐานที่น่าสนใจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

RAID 5 (Block – level Striping with Distributed Parity)

RAID 5 (Block – level Striping with Distributed Parity) ต้องใช้ฮาร์ดดิสก์ 3 ตัวขึ้นไป บันทึกข้อมูลโดยแบ่งไฟล์เป็นบล็อกกระจายไว้ในฮาร์ดดิสก์ทุกตัว และแทรกข้อมูล Parity ไว้บนฮาร์ดดิสก์ทุกตัวแบบ Rotation Parity (ใช้ฟังก์ชัน Exclusive Or) หากฮาร์ดดิสก์ที่เก็บข้อมูลตัวหนึ่งเสีย ก็จะใช้ข้อมูล Parity และข้อมูลของฮาร์ดดิสก์ตัวที่เหลือมาสร้างข้อมูลที่สูญหายนั้นขึ้นมาใหม่ ซึ่งพื้นที่ของฮาร์ดดิสก์ที่ใช้ RAID 5 จะหายไปส่วนหนึ่งแต่จะไม่เกิน 30%

RAID 5 จะคำนวณขนาดความจุ (Capacity) โดยการนำฮาร์ดดิสก์ที่มีความจุน้อยที่สุดคูณด้วยจำนวนฮาร์ดดิสก์ทั้งหมดลบหนึ่ง (Capacity x (n – 1)) เช่น ทำ RAID 5 ใช้ฮาร์ดดิสก์ขนาด 80 กิกะไบต์จำนวน 4 ตัว จะมีความจุโดยรวมเป็น 240 กิกะไบต์ (80 x (4 – 1) = 240)

เนื้อหาแสดงพื้นที่ใช้งานของฮาร์ดดิสก์

(ฮาร์ดดิสก์ : ความจุทั้งหมด : พื้นที่ใช้งาน : เสียพื้นที่)

80 GB x 3 : 240 GB : 160 GB : 30%

80 GB x 4 : 320 GB : 240 GB : 25%

80 GB x 5 : 400 GB : 320 GB : 20%

80 GB x 6 : 480 GB : 400 GB : 16%

RAID 5 จะมีอัตราในการอ่าน – เขียนข้อมูลหรือทรูพุต (Throughput) ดีมาก โดยไม่เกิดปัญหาคอขวด (Bottleneck) และยังสนับสนุนการทำ Hot Swap เช่น ในกรณีที่ฮาร์ดดิสก์ตัวใดตัวหนึ่งใน กลุ่มเกิดเสียขึ้นมา เราสามารถถอดฮาร์ดดิสก์ตัวที่เสียนั้นออกแล้วเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ตัวใหม่โดยไม่ต้องชัตดาวน์ระบบ ไม่มีผลกระทบต่อยูสเซอร์ ส่วนข้อมูลที่สูญหายไปกับฮาร์ดดิสก์ตัวที่เสียจะถูกกระบวนการของ RAID สร้างขึ้นให้ใหม่โดยอัตโนมัติ RAID 5 จึงเหมาะสำหรับงานที่ต้องการความเสถียรและความปลอดภัยของข้อมูล เช่น แอพพลิเคชันเซิร์ฟเวอร์ ไฟล์เซิร์ฟเวอร์ เมลเซิร์ฟเวอร์ เว็บเซิร์ฟเวอร์ และ FTP Server

RAID 6 (Block – level Striping with Double Distributed Parity)

RAID 6 (Block – level Striping with Double Distributed Parity) จะต้องใช้ฮาร์ดดิสก์อย่างน้อยจำนวน 4 ลูก ใช้หลักการทำงานเดียวกันกับ RAID 5 แต่จะเพิ่ม Parity block เข้าไปรวมเป็น 2 ชุด เป็นการเพิ่มระบบ Fault Tolerance ทำให้สามารถ Hot Swap ฮาร์ดดิสก์ได้พร้อมๆ กัน 2 ตัว และกู้ข้อมูลกลับคืนมาได้ แม้ฮาร์ดดิสก์จะเสียพร้อมกันถึง 2 ตัวก็ตาม (ใน RAID 5 จะทำ Hot Swap ได้ครั้งละ 1 ตัวเท่านั้น ถ้าหากฮาร์ดดิสก์เกิดมีปัญหาพร้อมกัน 2 ตัว ข้อมูลจะเสียหายทั้งระบบ) RAID 6 เหมาะกับงานที่ต้องการความปลอดภัยและเสถียรภาพของข้อมูลที่สูงมากๆ

 

 

สนับสนุนโดย บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท

ความรู้เบื้องต้นในการศึกษาด้านคอมพิวเตอร์

หากอยากเรียนคอมพิวเตอร์แต่ไม่รู้จะเริ่มที่ตรงไหนก่อน หรือไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี จะไปเรียนกับใคร หรือไม่ค่อยมีเวลาจะสามารถศึกษาได้จากที่ไหน เรามีคำตอบให้กับคำถามเหล่านี้

สิ่งแรกที่ควรคำนึงในการคิดจะเรียนคอมพิวเตอร์นั้น

จะต้องทราบเสียก่อว่าคุณอยากจะเรียนเพื่ออะไร หากคุรอยากเรียนเพื่อเป็นการพัฒนาตนเอง ก็ควรทราบเสียก่อนว่าอยากมีการพัฒนาในด้านใด 

ซึ่งสิ่งเหล่านี้นั้นบางคนก็ยังหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน ซึ่งสาเหตุหลักๆเราต้องการจะพัฒนาตนเองหรืออยากรู้ในด้านไหนก่อน เราก็เริ่มจากเรื่องนั้นเป็นอันดับแรก หลังจากที่มีการคิดและไตร่ตรองเรื่องของกาเรียนว่าจะศึกษาทางด้านไหน เราก็จะมาเริ่มขั้นตอนต่อไป เราควรตั้งเป้าไว้สำหรับการเริ่มการศึกษา ต้องค้นคว้าอย่างจริงจัง เพื่อให้บรรลุในเรื่องของการพัฒนาตนเอง ซึ่งคุณนั้นต้องมีการจดการก้าวหน้าและมีการบันทึกเพื่อเป็นการกระตุ้นตนเองให้พัฒนาตนเองอยู่เสมอ 

ซึ่งหากคุณทราบรายละเอียดเล็กๆน้อยที่คุณคอยจดบันทึกไว้นั้น

คุณจะมีการกระตุ้นตนเองให้มีการพัฒนาตนเองมากขึ้น เพราะหากอยู่กับที่ก็คงไม่ไปไหนสักที ดังนั้นการจดการพัฒนาความสามารถของตนเองจึงเป็นเรื่องที่ควรจะทำ

หลักการกระตุ้นให้เราเก่งขึ้น จะสามารถทำได้โดยมีการวัดผลให้กับตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอะไรก็ตาม อาทิเช่น หากคุณเป็นคนที่มีความสามารถในการพิมพ์คอมพิวเตอร์ได้ช้ากว่าบุคคลอื่น เราสามารถหัดพิมพ์ด้วยการตั้งเวลา และนับตัวอักษรในการพิมพ์เพื่อเป็นการพัฒนาตนเองให้มีประสิทธิภาพในการพิมพ์ได้รวเร็วขึ้น 

แต่ก็มีวิธีการสอนในเรื่องที่คุณอยากพัฒนา

ซึ่งสามารถหาอ่านและเรียนเพิ่มเตอมได้ที่สื่อทั่วๆไปหรือตามหนังสือเฉพาะกับสิ่งที่คุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม นอกจากเรียนรู้เพิ่มแล้วคุณยังต้องฝึกฝนในเรื่องนั้นให้บ่อยขึ้ เพื่อเป็นการพัฒนาตนเองให้มีความคล่องตัว เพื่อจะได้ไม่ติดขัดในการนำไปใช้

ซึ่งหากท่านไม่ลองวิธีอื่นๆหรือหาวิธีอื่นๆมาใช้เพื่อพัฒนาตนเอง

ท่านก็จะไม่พัฒนาตนเองขึ้นมาได้ เพราะการศึกษาและการหาความรู้จากสิ่งใหม่ๆเพื่อนำมาพัฒนาตนเอง เป็นการเปิดโอกาสให้ตนได้ฉลาดขึ้น ซึ่งคุณควรศึกษาคอมพิวเตอร์ที่คุณอยากเรียนรู้และคุณจะต้องหาแนวทาง ในการเรียนเป็นวิธีลัดเพื่อเป็นการพัฒนาตนเองให้มีความรู้ความสามารถที่เพิ่มขึ้นจากเดิม 

หากคุณไม่มีการพัฒนาตนเองในเรื่องของคอมพิวเตอร์คุณเองอาจจะตามคนอื่นไม่ทัน หรือเขาพูดเรื่องอะไรคุณก็คุยกับเขาไม่รู้เรื่องเพราะเนื่องจากสมัยนี้คอมพิวเตอร์หรือเรื่องเกี่ยวข้องกับอทีเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาและนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ดังนั้นการมีความรู้หรือความสามรถเพิ่มในเรื่องของไอทีจึงเป็นความสำคัญมากอย่างหนึ่ง

เล่นคอมพิวเตอร์มากๆเสี่ยงเป็นโรคอะไรได้บ้าง

การเล่นคอมพิวเตอร์มากๆหรือนานๆ สามารถเป็นโรคต่างๆได้เหมือนกัน

หลักการเบื้องต้นคุณทราบหรือเปล่าว่าหากเราเล่นคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆหรือหลายชั่วโมงเราจะมีผลข้างเคียงอะไรได้บ้าง บทความนี้เป็นบทความที่จะเขียนเหตุการณ์การใช้คอมพิวเตอร์มากจนส่งผลให้เรามีอาการอื่นๆขึ้นมาได้ หรืออาการต่างๆที่เราเป็นนั้นมาจากสาเหตุการเล่นคอมพิวเตอร์หรือไม่ งั้นเรามาดูกันเลย

 

การกดทับเส้นบริเวณข้อมือ (Carpel Tunnel Syndrome)

สำหรับใครที่มีอาการปวดร้าวบริเวณดังต่อไปนี้ ข้อมือ ฝ่ามือ และนิ้วมือ หรืออาจจะรู้สึกถึงอาการชาที่มือ ไม่สามารถกำมือให้แน่ได้ หรือสังเกตุได้ว่าเวลาเราหยิบหรือจับอะไรก็จะไม่อยู่สิ่งของเหล่านั้นอาจจะมีการล่วงหล่นได้ค่อนข้างบ่อย ปัญหานี้เกิดขึ้นด้วยการที่เรานั้นมีการจัดเม้าส์ที่ไม่ถูกวิธีหรือมีการเกร็งในเวลาจับเม้าส์มากเกินไป สำหรับการเกร็งข้อมมือนานๆไม่ว่าจะเป็นการจับเม้าส์หรือการกดแป้นคีย์บอร์ดเป็นเวลานานๆจะทำให้ข้อมือของเราเกิดการอักเสบขึ้นได้ 

 

หลักการปฎิบัติเพื่อไม่ให้เกิดการเกร็งข้อมือหรือข้อมืออักเสบนี้ 

สามารถทำได้ด้วยวีธีการปรับเปลี่ยนวิธีการใช้เม้าส์และคีย์บอร์ด ให้อยู่ในท่าสบายไม่เกร็งจนเกินไป หรือขยับท่านั่งและปรับเปลี่ยนท่าจับบ่อยๆให้มือและข้อมือได้มีการเปลี่ยนท่า เพื่อจะได้ไม่เกิดการเกร็งของข้อมือขึ้นได้ หรือท่านอาจจะวางมือให้ขนานไปกับพื้นโต๊ะทำงานของคุณ และไม่ควรงอมือหรือเกร็งข้อมือเวลาใช้เม้าส์หรือแป้นคีย์บอร์ด และสิ่งนี้สำคัญสุดคือไม่ควรใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานมากนัก ควรมีการลุกขึ้นหรือขยับตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการพักมือหรือการเดินเอยืดเส้นยืดสายให้กับตนเอง เพื่อเป็นการผ่อนคลาย ตนเองอีกด้วย

 

ถ้าอาการข้างตนยังไม่ทุเลาหรือไม่หาย ควรปฎิบัติดังนี้

หากคุณเองมีอาการเกร็งที่ข้อมือหรือมือชาและทำการทำการข้างต้นที่แนะนำไปแล้วยังไม่หายหรือไม่มีอาการทุเลาลงสักนิด ท่านควรไปพบเพทย์เฉพาะท่งเป็นการดีที่สุด เพื่อแก้ไขรักษาให้ทันท่วงที หากปล่อยไว้อาจะเป็นโรคอื่นๆได้ หรือไม่ก็อาจจะเป็นโรคอื่นๆที่มีลักษณะคล้ายกับการทำงานคอมพิวเตอร์โดยที่เรไม่รู้ตัว แต่เราคิดว่าเป็นเพราะสาเหตุมาจากการที่เราจับเม้าส์และคีย์บอร์ดมากไปเท่านั้น แต่รักษฃาอาการเบื้องต้นยังไม่หาย ดังนั้นหากรักษาอาการเบื้องต้นไม่หายควรไปพบเฃแพทย์เพื่อตรวจให้แน่ชัดว่าเกิดจากสาเหตุอะไรกันแน่ จะได้รู้จุดที่ชัดเจน เพื่อการรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงที

การเล่นคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็นการทำงานต่างๆหรือการทำการบ้าน การเล่นเกม หรือแม้แต่การสร้างรายได้ เราควรมีขอบเขตในการเล่น ไม่ควรนั่งแช่กับคอมพิวเตอร์นานจนเกินไป ควรลุกหรือทำกิจกรรมอย่างอื่นประกอบ เพื่อจะได้ไม่เสี่ยงที่จะเป็นออฟฟิศซินโดรมได้ง่ายๆ